ขายยา viagra และยารักษา Abilify

บอกหมดเปลือก 10 Step สร้างแบรนด์อาหารเสริม

บทความที่แล้วเป็น 10 step ในการสร้างแบรนด์ครีม เครื่องสำอาง คราวนี้ด้วยความที่สินค้ากลุ่มอาหารเสริมก็ฮิตไม่แพ้กัน จึงเป็นที่มาของการบอกหมดเปลือกของการสร้างแบรนด์ทำแบรนด์อาหารเสริม จริงๆก็การผลิตอาหารเสริม โดยโรงงานรับผลิตอาหารเสริม หรือบริษัทรับผลิตอาหารเสริม ก็ไม่ได้ต่างกับครีม หรือ เครื่องสำอางมากนักในแง่ของกระบวนการผลิต จะไปต่างก็ตรงที่ระยะเวลาของอย.ที่นานขึ้น แล้วก็การโฆษณาที่มีความซับซ้อน เข้มงวดกว่ากลุ่มครีมเครื่องสำอาง จึงต้องค่ะ เริ่มกันที่

1. ลูกค้ามีสินค้าที่สนใจและกลุ่มตลาดในใจ

เริ่มจากที่ลูกค้ามีสโคปงานคร่าวๆ ก่อนว่าต้องการขายอาหารเสริมกลุ่มไหน ประเภทอะไร อยากขายให้ใคร ตลาดกลุ่มไหน ราคาที่รับได้ เพื่อให้ง่ายต่อการคุยกันกับฝ่ายขายค่ะ

2. ปรึกษากับทางบริษัทในการเลือกสูตร

เมื่อมีความต้องการจากลูกค้ามา ทางเลือกแรกคือดูจากสูตรมาตรฐานของบริษัท ซึ่งจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เช่นการดูแลหุ่น การดูแลผิว ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผู้ชาย ฯลฯ ขั้นตอนของสูตรมาตรฐานก็คือ ลูกค้าต้องการตั้งชื่อแบรนด์ว่าอะไร สินค้าตัวนี้ต้องการให้ชื่อเป็นอะไร จากนั้นเราก็จะทำการยื่นอย. ระยะเวลาก็จะอยู่ที่ 3-6 เดือนแล้วแต่สูตร เรามีสูตรที่เตรียมขึ้นทะเบียนไว้ ถ้าคุณโดนใจสูตรนี้ ชื่อนี้ ซื้อไปขายได้เลยไม่ต้องรอค่ะ

3. หากสูตรมาตรฐานที่มีไม่โดนใจก็พัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่

แต่ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าสูตรที่มียังไม่ใช่ ราคายังไม่โดน อยากมีความเฉพาะ ก็พัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่ได้ค่ะ ซึ่งหากปรึกษาเรื่องสูตรแบบลึกขึ้น เราก็มีเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเพื่อความอุ่นใจ
จากนั้นเราก็จะทำการพัฒนาตัวอย่างขึ้นระยะเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ค่ะ(กรณีที่มีสารอยู่ในคลังนะคะ) ขั้นตอนช่วงนี้ระยะเวลาจะแปรผันตรงกับความพึงพอใจของลูกค้าคะ หากทดลองในรอบแรกแล้วพอใจ เราไปต่อได้เลย แต่ถ้าต้องการปรับอีกก็จะใช้เวลานานขึ้น ระยะเวลาตรงนี้จึงเป็นส่วนที่ลูกค้าต้องคำนึงถึงหากวางเวลาการออกสินค้าไว้นะคะ

4. ปรึกษาฝ่ายการตลาดระหว่างรอสูตร

ในช่วงรอเทสตัวอย่าง เรามีทีมการตลาดที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเช่นช่องทางการจำหน่าย การออกแบบแอดโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การทำสื่อออนไลน์ การส่งออก การนำเข้าร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ซึ่งตรงนี้รายละเอียดจะเยอะมาก แต่ถ้าสงสัยอะไรทีมการตลาดของเราคอยซัพพอร์ตให้คุณได้ทุกเรื่องเลยค่ะ

5. ได้สูตรโดนใจก็ออกแบบฉลาก บรรจุภัณฑ์

หลังจากได้สูตรที่โดนใจ เราก็ทำการยื่นเราขึ้นอย. ในระหว่างเราจะมีทีมกราฟฟิคเพื่อคอยให้คำปรึกษาในการออกแบบฉลากสินค้า หรือกล่องผลิตภัณฑ์ อยากได้เนื้องานแบบไหน นูนสูง เคลือบยูวี ตรงนี้คุยรายละเอียดไว้ให้พร้อมรอสูตรผ่านความคงตัวค่ะ

6. เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ทำการผลิตแบบครบวงจร และส่งถึงมือลูกค้า

เมื่อสูตรผ่านอย. ก็เป็นการสั่งทำฉลากกระปุก สกรีน หรือถ้าจะทำเป็นแผงบริสเตอร์ใส่กล่องก็ได้เหมือนกัน (คือถ้าคุณเตรียมงานไว้ก่อนแล้ว พอชื่อผ่านปุ๊ป งานก็ flow ไปอย่างเร็วค่ะ) เมื่อบรรุจภัณฑ์พร้อม ฉลากพร้อม กล่องพร้อม ก็ส่งเข้ามาที่โรงงาน พร้อมผลิต บรรจุ และส่งถึงมือลูกค้า ระยะเวลาตรงนี้อยู่ที่ราว 1 เดือน ความช้าเร็วจะไปอยู่ในขั้นตอนการสกรีนกระปุก หรือสั่งทำกล่องค่ะ

7. ก่อนจำหน่ายจริง ลูกค้าสามารถปรึกษาฝ่ายการตลาดได้ตลอด

เมื่อสินค้าไปถึงมือลูกค้าแล้ว ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงการขาย จริงๆลูกค้าบางท่านมีประสบกาณ์ในการทำการตลาดหรือการขายมาแล้ว แต่ถ้าคนไหนเป็นมือใหม่ ไม่รู้จะเริ่มขายอย่างไร ตรงนี้โทรกลับมาที่เรา ทีมฝ่ายการตลาดพร้อมให้ความช่วยเหลือค่ะ

8. จำหน่ายไปแล้วมีปัญหาขายไม่ออก ร่วมกันหาทางออกได้

หรือถ้าขายออกไปแล้วเกิดปัญหาว่าสินค้าไม่ปังอย่างที่คิด สามารถกลับมาสอบถามเราได้ ทีมการตลาดจะช่วยคุณคิดว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร เช่นคุณมีงบโปรโมทเท่านี้ เราสามารถจัดสรรให้ได้ว่าควรลงกับช่องทางไหนกับงบที่มีเพื่อให้คุ้มที่สุดค่ะ

9. จำหน่ายไปแล้วดีจนแผนพลิก ร่วมกันวางแผนใหม่ได้

หรือถ้าขายไปแล้วมันดีมากชนิดที่คุณไม่ได้เตรียมแผนไว้ว่าถ้าของขาดสต็อคจะเป็นอย่างไร (ถ้าของคุณหมดเกลี้ยงแล้วแล้วมาสั่งกับเรา ยังไงก็จะมีช่วงเวลาในการสั่งผลิตนะคะ) ตรงนี้เรามีทีมงานฝ่ายโลจิสติกส์ที่เชี่ยวชาญคอยประเมินว่าเมื่อของคุณเหลือเท่าไหร่ คุณควรเติมสต็อค หรือเริ่มออเด้อมาเพื่อไม่ให้ของขาด ซึ่งแผนพวกนี้สามารถคุยกับเราได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกนะคะ แต่ถ้าแผนพลิก เราก็มีวิธีในการแก้ไขเพื่อให้คุณพึงพอใจค่ะ

10. ร่วมพัฒนาช่องทางขายต่างๆให้ลูกค้าจนประสบความสำเร็จ

เมื่อสินค้าถูกขายไปแล้วช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ลูกค้าต้องการให้สินค้าประสบความสำเร็จมากขึ้น เช่นอยากเปิดตลาดอื่น อยากทำสินค้าเป็นเซต อยากเพิ่มไลน์สินค้าให้แบรนด์ ตรงนี้ก็จะเป็นการปรึกษากับทีมการตลาดของเราอีกเช่นกัน คือไม่ต้องกลัวว่าแบรนด์คุณจะเจ๊งเลยถ้าเราได้มีการพูดคุยและปรึกษากันอย่างละเอียดค่ะ

อย่างที่บอกว่างานจะคล้ายๆกับสร้างแบรนด์เครื่องสำอางแต่ดีเทลการคุยจะแตกต่างกันอยูบ้าง ซึ่งพรีมาแคร์ก็พร้อมที่จะให้บริการลูกค้าที่ต้องการสร้างแบรนด์อาหารเสริมทุกท่านค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก premacare

กินอาหารเสริม/วิตามินเสริมอะไรดี? เพื่อสุขภาพ

ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนใหญ่จะช่วยบำรุงและป้องกันโรคต่างๆที่อาจจะตามมาได้เมื่อยามเราอายุมากขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้คุณพ่อคุณแม่นีน่าจะรับประทานมากกว่าค่ะ สามารถแนะนำให้ญาติผู้ใหญ่ของสาวๆได้นะคะ

1. AsNature Fish Oil

ก่อนอื่นต้องขออนุญาติบอกก่อนนะคะว่ายี่ห้อ AsNatureเป็นยี่ห้อจากแคนาดา และได้รับGMPรับรองจากCanada, NSF จากอเมริกา และเครื่องหมาย HALAL ซึ่งเป็นที่ยอมรับระดับโลก เพราะฉะนั้นไว้ใจยี่ห้อนี้ได้ค่ะ (มั่นใจว่าหลายท่านไม่เคยได้ยินยี่ห้อนี้มาก่อน^^)

 

 

คุณสมบัติ: Fish Oil หรือน้ำมันปลามีส่วนผสมของโอเมก้า3, EPA, และDHLนะคะ จะช่วยใน3เรื่องใหญ่ๆคือ 1.ช่วยพัฒนาในเรื่องความจดจำเรียนรู้ และยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ 2.ช่วยบำรุงหัวใจ ยับยั้งความเสี่ยงต่ออาการหัวใจวายได้ 3.ช่วยบำรุงสำหรับสาวๆที่กำลังตั้งครรภ์และขณะให้นมบุตร

วิธีรับประทาน: ตัวนี้นีน่าไม่ได้รับประทานเอง แต่คุณแม่และคุณยายนีน่ารับประทานอยู่ค่ะ เพราะมีปัญหาทางด้านหัวใจ และช่วยบำรุงสมอง ท่านทานครั้งละ 2 เม็ดทุกวัน วันละ3ครั้งหลังอาหารค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้: ตัวนี้พูดตรงๆว่าเพิ่งจะได้เริ่มรับประทาน มีคนแนะนำมาให้คุณแม่ลองทานบอกว่าดีมากๆ เพราะเป็นการป้องกันล่วงหน้า เอาไว้ถ้ามีความคืบหน้าใดๆ นีน่าจะมาupdateให้เพิ่มนะคะ

2. Blackmores Magnesium

 

คุณสมบัติ: แมกนีเซียมเถือเป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกายที่จะทำงานร่วมกับ แคลเซียม ซึ่งจะช่วยให้การผลิตฮอร์โมนต่างๆ เป็นปกติ มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือด และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะโรคความเครียด ไมเกรน และภาวะกระดูกพรุน ถ้าได้ทานร่วมกับแคลเซียม (ซึ่งมีผสมอยู่ในเม็ดเดียวกันอยู่แล้ว) จะช่วยกันทำงานได้ดีมากและช่วยซ่อมแทรมสวนที่สึกหรอ ป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ดีอีกด้วยค่ะ

วิธีรับประทาน: คุณแม่นีน่ารับประทาตัวนี้เป็นประจำค่ะ คุณแม่เป็นทั้งไมเกรนและเริ่มปวดเข่าแล้วไปตรวจ คุณหมอบอกว่ากระดูกเริ่มจะเสื่อมเพราะคุณแม่ไม่ยอมดื่มนมตอนท้อง เลยโดนแย่งแคลเซียม(โดยนีน่าเอง><)ไปหมด เลยให้คุณแม่เริ่มทานตัวนี้ ซึ่งจะช่วยรักษาและป้องกันโรคกระดูกพรุนพร้อมยังช่วยลดความเครียด และรักษาโรคไมเกรนของคุณแม่ไปพร้อมๆกันค่ะ คุณแม่นีน่าทานวันละ2เม็ดพร้อมอาหาร วันละ1ครั้ง

ผลลัพธ์ที่ได้: ตั้งแต่คุณแม่เริ่มรับประทาน เรื่องไมเกรนยังเห็นไม่ชัดเท่าไร แต่อาการปวดเข่าดีขึ้นมากๆ กระดูกเริ่มถูกซ่อมแซมแล้วค่ะ คุณแม่ยังทานอยู่ทุกวันนี้ ดังนั้นถ้าใครมีปัญหาเรื่องกระดูก นีน่าแนะนำตัวนี้เลยค่ะ เห็นผลชัดเจน! ^^

3. Blackmores Ginkgo

 

 

คุณสมบัติ: สารสกัดจากใบแปะก๊วยที่ช่วยในเรื่องการป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ บำรุงความจำ ป้องกันและรักษาแผลเรื้อรังที่เกิดจากโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงสายตา อาการชา มือเท้าเย็น และอาการตะคริว เหน็บชา และ ยังช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนในเพศชายอีกด้วยนะคะ

วิธีรับประทาน: ตัวนี้เป็นตัวที่คุณพ่อนีน่ารับประทานค่ะ เพราะนอกจากช่วยป้องกันและรักษาอาการในหลายๆด้านหลายๆโรคแล้ว ยังมีสรรพคุณเฉพาะสำหรับฮอร์โมนเพศชาย ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ1ครั้งหลังอาหารค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้: คุณพ่อนีน่ายังมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ยังไม่ได้เป็นอะไร จึงรับประทานตัวนี้เป็นเหมือนวิตามินเสริมเพื่อเป็นการป้องกันค่ะ ท่านเชื่อในยี่ห้อBlackmoresอยู่แล้ว จึงรับประทานเป็นประจำค่ะ ^^

4. Blackmores Multi+Wholefood Nutrients

 

คุณสมบัติ: เนื่องจากวิตามินเม็ดนี้เหมือนเป็นสิ่งรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มีทั้ง วิตามิน แร่ธาตุ และโฮลฟู้ด (โฮลฟู้ดประกอบด้วยส่วนประกอบมากมาย รวมถึงสาหร่ายสไปรูลินาที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกายและเห็ดหลินจือที่ช่วยลดอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย และรักษาโรคหอบหืด) ทั้งหมดนี้รวมให้ร่างกายเราได้กลุ่มวิตามินและแร่ธาตุต่างๆตามปริมาณที่ร่างกายต้องการตั้ง 25 ชนิด

วิธีรับประทาน: ตัวนี้นีน่ารับประทานเองเป็นประจำค่ะ นีน่าจะเลือกทานวันที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน นอนดึก สมองไม่แล่น ก็จะทาน1เม็ดก่อนนอน หรือ บางครั้งก็1เม็ดหลังจากตื่นนอนวันไหนแล้วรู้สึกเพลียมากๆค่ะ

ผลลัพธ์ที่นีน่าได้: นีน่ารู้สึกได้ทันที ถ้าวันไหนได้ทานสิ่งนี้ก่อนนอน ว่าตื่นมาแล้วจะไม่รู้สึกเพลียไม่ว่าจะพักผ่อนน้อยแค่ไหน แต่ถ้าวันไหนทานตอนเช้า ก็จะรู้สึกว่าวันทั้งวันจะสดใส ไม่ง่วงเหงาหาวนอนเลยค่ะ

5. Dietary Fiber ของ Fiber Mate

 

 

คุณสมบัติ: หลายๆท่านน่าจะทราบถึงสรรพคุณของไฟเบอร์(ใยอาหาร)อยู่แล้วนะคะ ว่าสามารถช่วยการทำงานของลำไส้ ให้เราขับถ่ายดีขึ้น แก้อาการท้องผูก และป้องกันการเกิดริดสีดวง สามารถลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาล รวมถึงสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย ตัวFiber Mateนี้ถือว่าเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ จะช่วยเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหารเรา เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอต่อวัน หรือผู้ที่ไม่ชอบทานผักใบเขียวนั่นเองค่ะ ตัวนีน่าเองเป็นคนชอบทานผักอยู่แล้ว แต่มักมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายไม่ค่อยดี จึงรับประทานสิ่งนี้เพื่อช่วยระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น

วิธีรับประทาน: นีน่าไม่ได้รับประทานทุกวันนะคะ จะรับประทานเฉพาะช่วงที่รู้สึกการขับถ่ายไม่ดีเท่านั้น วิธีทานคือให้ใส่ผงไฟเบอร์นี้ 1 ซองผสมในน้ำเปล่า 1 แก้ว หรือจะผสมในน้ำอื่นๆที่ดื่มอยู่เป็นประจำก็ได้นะคะ หรือ จะผสมในอาหารอ่อนนุ่มได้ทั้งร้อนและเย็น เพราะเจ้าตัวนี้มันไม่มีรสชาติใดๆเลยค่ะ ไม่ทำให้อาหารรสชาติเปลี่ยนแน่นอน ถ้าทานกับน้ำเปล่าจะเป็นรสจืดสนิท แต่ปลายลิ้นจะรู้สึกเหมือนมีรสนมๆครีมๆนิดๆค่ะ ถือว่าทานง่ายมากๆๆ

ผลลัพธ์ที่นีน่าได้: ต้องบอกก่อนว่าวันไหนกะจะดื่มสิ่งนี้ ให้แน่ใจว่ามีห้องน้ำเข้านะคะ ^^ ไม่ทราบว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกันมั๊ย นีน่าอาจจะเป็นคนธาตุอ่อนก็ได้ แต่เมื่อไรที่นีน่าได้ดื่มตัวนี้แล้ว ผ่านไปซัก4-5ชั่วโมงมันจะมาละค่ะ ต้องเข้าห้องน้ำเลย รู้สึกดีมากๆเพราะท้องโล่ง ตอนนี้จึงไม่มีปัญหาการขับถ่ายอีกต่อไปค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก pantip

อาหารเสริม ตัวช่วยฟื้นฟูผิวสวย สุขภาพดี น่าสัมผัส

 

สวัสดีค้า …. กลับมาครั้งนี้กับ 5 อาหารเสริม ที่เมย์ทานอยู่ในช่วงนี้กันค่ะ ซึ่งที่ทานจริงๆ จะมีเยอะกว่านี้ 5555
แต่ที่คัดมารีวิวให้ดูกัน 5 ตัว ในวันนี้ จะเป็นอาหารเสริมในกลุ่มของการบำบุงผิว กันเนอะ ตัวอื่นๆ นอกเหนือจากนี้
จะเป็นพวกบำรุงสมอง กับพวกภูมิแพ้ อันนั้นไว้มีเวลา เมย์จะมารีวิวแยกให้ดูกันอีกทีละกันค่ะ เดี๋ยวจะยาวกันเกินไป อิอิ

ถ้าพูดถึงอาหารเสริม ก่อนหน้านี้เมย์ก็เคยเอามารีวิวให้ดูกันบ้างแล้ว แต่ก็นานมากแล้วเหมือนกัน ที่เมย์ไม่ได้
อัพเดทเรื่องอาหารเสริมใหม่ๆเลย ช่วงต้นปี ก็พักการทานอาหารเสริมไป 3 เดือน เพื่อพักตับพักไต กันไปด้วย
กลับมาทานคราวนี้ กับผิวที่ค่อนข้างแห้ง เหี่ยว 5555 และความหมองคล้ำ โทรมจากการทำงานหนัก และนอนดึก
มีตัวไหน อะไรน่าสนใจกันบ้าง ตามไปดูกันเลยย ยยย …..​

 

 

มาเริ่มต้นกันที่ Nature’s Life : Collagen Lift Resveratrol Plus

ตัวนี้ชื่อก็บอกตัวโตๆอยู่แล้วเนอะว่าคืออะไร แต่ที่น่าสนใจก็คือ Resveratrol ! ที่มีอยู่ในอาหารเสริมตัวนี้
Resveratrol คืออะไร ? … Resveratrol จัดเป็นสารโพลีฟีนอล ชนิดหนึ่ง พบมากในเปลือกและเมล็ดขององุ่นแดง
มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ กำจัดสารพิษต่างๆในร่างกาย ให้สุขภาพดี ดูสดใส ช่วยกระตุ้นเอนไซต์ SIRT1
ซึ่งเป็นตัวช่วยในการชลอความเสื่อมของเซลล์ จึงมีส่วนช่วยทำให้ผิวดูเด็กลง o_O! อีกทั้งยังช่วย ลดความเสี่ยงของ
โรคหัวใจ และช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งได้ดี นอกจากตัว Resveratrol ที่เด่นๆแล้ว ตัวนี้ เค้ายังมี ส่วนผสมของ Red wine ,
Collagen และ Hyaluronic อีกด้วย เรียกได้ว่า ใครต้องการเสริมสร้างให้ผิว สวย สุขภาพดี แลดูอ่อนวัย ก็ต้องตัวนี้เลย

วิธีการทาน : ทานวันละ 1-2 เม็ด หลังอาหารเช้าหรือกลางวัน
ผลการทาน : ผิวดูนุ่มขึ้นนะ หลังจากทานตัวนี้มา แต่บางทีก็พูดยาก เพราะเราก็กินหลายอย่าง หลายตัว 555 555
แต่ก็เคยลองนะ ถ้าช่วงไหนลดตัวนี้ไป ผิวมันไม่ดูนุ่ม ชุ่มชื้น เท่าตอนกินอะ ตอนกินมันดูผิวเด้งกว่า แบบน่าสัมผัส ดูผิวดึ๋งๆ อิอิ

 

วิตามินอนุพันธ์ใหม่ FUREFOO

ตัวนี้ก็เป็นตัวที่เมย์ทานเป็นตัวสุดท้ายของวันเลย จะทานก่อนนอนทุกคืน … ตัวเฟอร์ฟูเนี๊ย เค้าก็จะเป็นแบรนด์
ที่อยู่มายาวนาน 5-6 ปีแล้ว และการันตีว่า นำวัตถุดิบมาจากที่ๆดีที่สุดทั่วโลก เป็นวิตามินอนุพันธ์ฟื้นฟูผิว ระดับเซลล์
ที่เค้าบอกว่าได้ผลมากกว่าคอลลาเจนถึง 10 เท่า อีกทั้งยังมีส่วนผสมและ สรรพคุณที่น่าสนใจมากๆ ตัวหนึ่งด้วย
ส่วนผสมหลัก 7 อย่าง ของเค้ามีอะไรกันบ้าง มาดูกัน …

1. ผงเห็ดหูหนูขาว บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า Hyaluron ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงในตอนนี้ เป็นแบรนด์แรก ที่ได้ใบรับรอง สบ.3
ซึ่งไฮยาลูลอนในเห็ดหูหนูขาวนี้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงที่สุด แก้ปัญหาผิวแพ้ง่าย ลดเลือนจุดด่างดำ ซึ่งเป็นสิ่งที่คอลลาเจน
ไม่สามารถช่วยได้ อีกทั้งยังช่วยในเรื่อง เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยเค้าบอกว่าเห็ดหูหนูขาว สามารถ อุ้มน้ำได้มาก ถือเป็น
โฟโตไฮยาลูโรนิค ที่ช่วยจัดการกับอนุมูลอิสระในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยฟื้นฟู ความอ่อนเยาว์ ให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง

2. Rose Hip ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่มีวิตามินซีสูงกว่าผลไม้ตะกูลส้มถึง 20 เท่า ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะ
3. สารสกัดจากเปลือกสนมารีไทม์ฝรั่งเศส ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดปัญหา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยยับยั้ง การสลายตัวของคอลลาเจน และอิลาสติน ที่เป็นโครงสร้างหลัก ของผิวหนังด้วย

4. L-Cysteine ที่มีส่วนช่วยในการลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต้านการเสื่อมของเซลล์ผิว ช่วยบำรุงผิว กำจัดสารพิษในร่างกาย
และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

5. สารสกัดจากขมิ้นชัน ช่วยกำจัดสิวอักเสบ ฝ้า กระ และริ้วรอย และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง

6. สารสกัดจากใบบัวบก ที่มี Anti-inflame ในการลดการอักเสบของเซลล์ผิว ให้ระบบการหมุนเวียน ของเลือดดีขึ้น
อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคหวัด ได้อีกด้วย

7. วิตามินบี รวม ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตในร่างกายให้เป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งร่างกายสามารถ เปลี่ยนเป็นพลังงานไปใช้ได้
และมีส่วนช่วยในกระบวนการ เมตาโบลิซึม ของไขมันและโปรตีน

( เมตาโบลิซึมคืออะไร ? … คือ การเปลี่ยนแปลงอาหารที่กินเข้าไปให้เป็นสิ่งใหม่ ที่มีรูปต่างไปจากเดิม หลังจากดูดซึม
เข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังให้ความร้อนและพลังงานแก่ร่างกายด้วย )

 

 

เห็นส่วนผสมหลักแล้ว คือจัดเต็มมากกก สรรพคุณของ เฟอร์ฟู เค้าก็จะเน้นไปที่ การช่วยในเรื่องของผิวพรรณ
ให้ดูเปล่งปลั่ง สดใส ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพ การดูดซับ
วิตามินในร่างกาย พร้อมปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดด รวมถึงซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอ ให้กลับมาแข็งแรง
อีกทั้งส่วนผสมในแต่ละตัวของเฟอร์ฟูเนี๊ย ยังเป็นปริมาณและขนาดที่เหมาะสม ในการดูดซึม ของร่างกาย ในแต่ละวัน
ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำด้วย ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป

วิธีการทาน : ทานวันละ 1 เม็ด ก่อนนอน
ผลการทาน : ส่วนตัวเมย์ทานตัวนี้แล้วรู้สึกว่าผิวดีขึ้นนะ ยิ่งช่วงไหนทำงานหนัก นอนดึก หรือพักผ่อนน้อย ทานตัวนี้ไปก่อนนอน
ที่เห็นได้ชัดเลยคือตื่นมาผิวมันดูไม่ค่อยโทรมอะ ปกติถ้าเรานอนดึก หรือพักผ่อนน้อย ตื่นมาผิวจะแห้ง หน้าก็จะดูโทรมมาก
แต่ทานตัวนี้แล้วผิวมันดูชุ่มชื้น ทานต่อเนื่องมา คือผิวดูนุ่มลื่นจริงๆ ที่สำคัญ พวก ฝ้า กระบริเวณหน้า ก็จางลงด้วย
ถือเป็นตัวช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใจ ยามทำงานหนัก พักผ่อนน้อยได้ดีอีกตัวนึงเลย

 

 

NUTRILITE : Primrose Plus

พริมโรส คืออะไร ? …. พริมโรส เป็นสมุนไพร ลักษณะดอกจะเป็นสีเหลือง ซึ่งจะประกอบไปด้วย ไขมัน
ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่อุดมไปด้วยสาร GLA (Gamma – Linolenic Acid) ทำให้มีคุณสมบัติ เข้าไปควบคุม
การทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และบำรุงผิวพรรณและนอกจากน้ำมัน
ดอกอีฟนิ่งพริมโรสแล้ว ตัวนี้ยังประกอบไปด้วย ส่วนผสมของน้ำมันโบราจ ที่ให้กรด แกมมาไลโนเลนิก ขิงผงเข้มข้น
สารสกัดจากตังกุย รวมทั้งมีส่วนผสมของซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์เข้มข้น และเบต้าแคโรทีนจากธรรมชาติรวมอยู่ด้วย

วิธีการทาน : ทานวันละ 1-2 แคปซูน หลังอาหาร
ผลการทาน : จริงๆตัวนี้คือแม่ซื้อมาให้ เพราะมีป้าที่รู้จักขายผลิตภัณฑ์ของ Amway อยู่ หลักๆ ตัวนี้เมย์ทาน
เพื่อช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนของผู้หญิงเรา เป็นหลัก แต่พอทานมาสักระยะก็ได้ผลเรื่องผิวพรรณด้วย
จากผิวที่เคยแห้ง ตรงข้อศอกที่เวลาอากาศเย็นจะแห้งแตก ก็ดูชุ่มชื้นขึ้น สาวๆคนไหนที่ชอบมีปัญหา ปวดท้อง
ประจำเดือนบ่อยๆ ก็ลองไปหาตัวนี้มาทานกันดูนะคะ มันอาจไม่ได้ช่วยให้หายขาด แต่ก็ช่วยบรรเทา อาการปวดให้ลดลง
ได้ประมาณนึงเลย แถมยังช่วยบำรุงให้ผิวพรรณชุ่มชื่นได้อีกด้วย

 

DHC Vitamin C

ตัวนี้คงไม่ต้องอธิบายกันเยอะเนอะ เป็นวิตามินซี ตัวดังอีกตัวนึงของสาวไทยเราอยู่แล้ว ยิ่งถ้าใครได้ไปเที่ยว ญี่ปุ่น
เป็นต้องซื้อตุนกลับมากันทุกคน เมย์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น 5555 ด้วยส่วนตัวเมย์เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว นอกจากการทาน
วิตามินซี เพื่อช่วยเรื่องความขาวใสแล้ว เมย์ยังทานเพื่อช่วยลดอาการหวัดจากภูมิแพ้ด้วย สรรพคุณของเค้า ก็เน้นเรื่อง
ช่วยลดความหมองคล้ำ ฝ้า กระ ต่างๆ ให้ผิวพรรณดูกระจ่างใส ที่สำคัญ ราคาน่ารักมากกกก สบายกระเป๋า อิอิ

วิธีการทาน : ทานวันละ 2 เม็ด (หลังอาหารเช้าหรือกลางวัน 1 เม็ด และทานอีกที 1 เม็ด ตอนก่อนนอน )
ผลการทาน : ผิวใสขึ้นไหม ก็นิดๆ มันดูผิวดูผ่องขึ้นมากกว่า เวลาทานตัวนี้ผิวมันดูใส ดูไม่โทรมอะ แต่ไม่ได้ขนาด
เปลี่ยนสีผิวให้ขาวขึ้นขนาดนั้น แต่ที่แน่ๆคือ เราเป็นหวัดน้อยลง จามน้อยลงมาก ช่วงไหนหมด หรือไม่ค่อยมีเวลากิน
คือถ้าเปิดแอร์ หรืออากาศเย็นหน่อย เราจะจามติดกันเป็นสิบๆครั้งเลย คือทรมานนะ แต่ทานตัวนี้แล้วอาการแพ้อากาศ
อาการหวัดลดน้อยลงจริงๆ

 

 

Blackmores : BIO C 1000mg

แบลคมอร์ วิตามิน ไบโอ ซี เป็นวิตามินซีอีกตัวที่เมย์เลือกทาน จริงๆตัวนี้ก็จะทานสลับๆกับตัว DHC นะ
แล้วแต่ช่วง ตัวนี้ก็ประกอบไปด้วย วิตามินซี และส่วนผสมอื่นๆจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น โรสฮิพ, ไบโอฟลาโวนอยด์,
รูทิน, เฮสเพอริดิน และอะซีโรลา ดราย ฟรุท ที่มีส่วนช่วยในการเสิรมสร้างคอลลาเจน ต่อต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยลดรอยหมองคล้ำ ฝ้า กระต่างๆ ให้ผิวสว่าง สดใส และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดอาการหวัด และอาการภูมิแพ้

วิธีการทาน : ตัวนี้เมย์ทาน 1 เม็ด หลังอาหาร กลางวันหรือเย็น
ผลการทาน : ติดคอ 555 55 อะล้อเล่น … แต่ก็เม็ดใหญ่ไปนิดจริงๆอะแหละ สำหรับวิตามินซี จริงๆเมย์ลองทาน มาหลายยี่ห้อแล้วนะ
แต่ที่ชอบและรู้สึกว่าเห็นผลได้ชัดเจนจริงๆ ก็ตัว แบล็คมอร์ กับ DHC นี่แหละ ทานเป็นประจำช่วยลดอาการหวัดและภูมิแพ้ได้จริง
ผิวก็ดูใสขึ้น ถึงจะเป็นคนผิวคล้ำ แต่ทานตัวนี้ ผิวก็เนียน ใสกว่าแฟนฉันที่ผิวขาวๆอีกนะแก 555

 

 

จะเห็นได้ว่า อาหารเสริมแต่ละอย่างก็จะมีสรรพคุณที่คล้ายๆกัน แต่ก็จะมีส่วนช่วยในบางเรื่อง ที่แตกต่างกันออกไป
ตามแต่ละส่วนผสมหลักของแต่ละตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทานอาหารเสริม ให้ได้ประสิทธิภาพ และเพื่อเห็นผลที่ชัดเจนนั้น
ก็ขึ้นอยู่กับการทานอาหารที่หลากหลาย และครบ 5 หมู่ บวกกับการทานน้ำเยอะๆ ให้เพียงพอในแต่ละวันควบคู่กันไปด้วย
ที่สำคัญ อาหารเสริมพวกนี้ เป็นเพียงแค่อาหารเสริมเนอะ ดังนั้นแค่มีส่วนช่วยแต่ไม่ได้รักษาโรค หรือช่วยให้โรคนั้นๆ
หายขาดแต่อย่างใด และถ้าต้องการให้ผิวแลดูกระจ่าง สว่างใส สุขภาพดี การบำรุงผิวจากภายในด้วยอาหารเสริมแล้ว
การดูผิว จากภายนอกก็ห้ามลืมเช่นกันน้า เพราะต่อให้เราทานอาหารเสริมดีแทบตาย แค่ไหน แต่ถ้าผิวข้างนอกไม่ได้รับ
การบำรุงดูแล มันก็ไม่สามารถเผยผิวสวยจากภายในออกมาได้เหมือนกันเนอะ วันนี้ไปก่อนแล้ว สวัสดีค้า …

 

ขอบคุณข้อมูลจาก pantip