ขายยา viagra และยารักษา Abilify

Abilifyและภาวะน้ำหนักเพิ่ม

ภาวะน้ำหนักเพิ่มเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยในยา Abilify

แต่ว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพได้แก่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะสามารถลดผลข้างเคียงนี้ได้

ผลข้างเคียงที่อันตราย

แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณประสบกับปัญหาอารมณ์พฤติกรรมหรืออาการดังต่อไปนี้

  • หัวใจเต้นผิดปกติเร็วหรือช้าผิดปกติ
  • หายใจลำบาก
  • แน่นในคอหรือกลืนลำบาก
  • ชัก
  • เจ็บหน้าอก
  • ตาพร่ามัว
  • ไข้สูง
  • ใบหน้าหรือร่างกายกระตุก
  • สับสน
  • เหงื่อออกผิดปกติ
  • ผื่นแพ้คัน
  • ตาหน้าริมฝีปากลิ้นคอมือเท้าข้อเท้าหรือขาบวม
  • ปวดเกร็งกล้ามเนื้อ
  • การตั้งครรภ์และยา Abilify

    Abilify อาจจะทำให้เกิดอันตรายกับทารกในครรภ์ได้

    แจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนจะตั้งครรภ์ก่อนที่คุณจะรับยา Abilify

    การทานยาตัวนี้ระหว่างการตั้งครรภ์ในไตรมาศสุดท้ายอาจทำให้เกิดปัญหาต่อทารกที่จะคลอดออกมา

    นอกจากนี้คุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนจะให้นมบุตรขณะกำลังได้รับยา Abilify

    เนื่องจากยาตัวนี้นั้นสามารถตรวจเจอได้ในน้ำนมแต่ยังมีข้อมูลเพียงน้อยนิดเกี่ยวกับเรื่องความเสี่ยงของยา Abilify ต่อทารกที่ได้รับน้ำมารดา

    ผลข้างเคียงของAbilify

    ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป

    แจ้งให้แพทย์ทราบหากผลข้างเคียงดังต่อไปนี้นั้นรุนแรงขึ้นหรือไม่หายไป

  • ปวดศีรษะ
  • ง่วงซึม
  • เวียนหัว
  • แสบลิ้นปี่
  • กระสับกระส่าย
  • ท้องเสียหรือท้องผูก
  • ปวดท้อง
  • ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
  • อาการปวด
  • น้ำลายเพิ่มมากขึ้น
  • คำเตือนเกี่ยวกับยา Abilify

    FDA กำหนดว่ายา Abilify จำเป็นต้องมีกล่องฉลากคำเตือนสีดำระบุเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากใช้ในผู้ป่วยที่มีภาวะหลงลืม (dementia)

    มีการศึกษาพบว่าผู้ป่วยที่มีภาวะหลงลืมที่มีอายุมากขึ้นเมื่อได้รับยาต้านจิตเภท เช่น Abilify อาจเพิ่มความเสี่ยงสำหรับการเสียชีวิตได้

    นอกจากนี้ Abilify ยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง (stroke), ภาวะสมองขาดเลือดชั่วคราว (TIA), หรือผลข้างเคียงอื่นๆที่ร้ายแรง

    FDA ยังไม่ยอมรับการใช้ยา Abilify ในผู้ป่วยที่มีภาวะหลงลืม

    นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับยา Abilify มีพฤติกรรมที่สะเพร่าฉุนเฉียวขึ้นผิดปกติเช่นการพนันกิจกรรมทางเพศการทานสวาปามหรือการใช้จ่ายอย่างไม่สามารถยั้งมือได้
    ในเด็กวัยรุ่นหรือผู้ใหญ่ตอนต้น (น้อยกว่าเท่ากับ 24 ปี) ที่ได้รับยา Abilify สำหรับโรคซึมเศร้านั้นอาจเพิ่มโอกาสการฆ่าตัวตายได้

    โดยทั่วไปเด็กอายุต่ำกว่า 18 จะไม่แนะนำให้ใช้ Abilify สำหรับรักษาโรคซึมเศร้านอกจากว่าในบางกรณีที่ยาตัวนี้เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วจริงๆสำหรับผู้ป่วยเด็กคนนั้น

    ยา Abilify ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตแม้ว่าคุณจะมีอายุมากกว่า 24 ปีแล้วก็ตามคุณอาจมีความคิดอยากฆ่าตัวตายได้โดยเฉพาะภายในช่วงเริ่มแรกของการได้ยาสำหรับการรักษา

    หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ระหว่างการได้รับยา Abilify ให้แจ้งแพทย์โดยทันที
    -มีความคิดอยากฆ่าตัวตายหรือทำร้ายตัวเอง
    -มีภาวะซึมเศร้าที่เกิดขึ้นใหม่หรือเลวร้ายลง
    -มีอาการแพนิคกำเริบ
    -วิตกกังวลมากเกินไป
    -กระสับกระส่าย
    -พฤติกรรมก้าวร้าว
    -มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ
    -ลงมือทโดยขาดความยั้งคิด
    -กระสับกระส่ายทุรนทุรายอย่างมาก
    -อาการมาเนีย (mania) (รู้สึกตื่นเต้นมากผิดปกติ)

    คุณอาจมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงระหว่างการได้รับยา Abilify และนั่นจะเพิ่มความเสี่ยงสำหรับการเป็นโรคเบาหวานในต่อไปจึงต้องแจ้งแพทย์หากคุณมีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน

    นอกจากนี้ให้ระวังอาการแสดงที่บอกถึงภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเช่นกระหายน้ำมากขึ้นหรือปัสสาวะบ่อยขึ้นหิวบ่อยขึ้นหรืออ่อนแรง

    คุณควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อนมากเกินไปหรือภาวะขาดน้ำเพราะ Abilify มีผลให้ร่างกายของคุณปรับตัวให้เย็นลงได้ลำบากขึ้น

    นอกจากนี้ก่อนที่จะได้รับยา Abilify แจ้งแพทย์ให้ทราบทุกครั้งหากคุณมีโรคหรือภาวะดังต่อไปนี้
    -โรคหัวใจภาวะหัวใจล้มเหลวหัวใจวายหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ
    -ภาวะความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
    -โรคหลอดเลือดในสมองตีบ
    -ชัก
    -มะเร็งเต้านม
    -ไขมันในเลือดสูง
    -เม็ดเลือดขาวต่ำ
    -โรคตับหรือไต
    -ภาวะที่ทำให้กลืนลำบาก

    ปกติแล้วจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์กว่าที่ยา Abilify จะออกฤทธิ์คุณไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์

    แจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งว่าคุณกำลังได้รับยา Abilify ก่อนได้รับการผ่าตัดใดๆรวมถึงการทำฟันด้วย

    ก่อนที่จะได้รับยาAbilifyแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเคยมีประวัติเสพยา

    การตั้งครรภ์และยา Abilify

    ยารักษา Abilify อาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์ บอกแพทย์หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือวางแผนที่จะตั้งครรภ์ก่อนที่คุณจะใช้ยา Abilify การใช้ยานี้ในระหว่างตั้งครรภ์ในช่วงปลายไตรมาสสุดท้ายอาจทำให้เกิดปัญหาสำหรับทารกที่จะเกิด นอกจากนี้คุณควรปรึกษาแพทย์ของคุณก่อนที่จะให้นมบุตรในขณะที่รับ Abilify ยานี้สามารถตรวจพบได้ในนมแม่ แต่มีข้อมูลเพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับความเสี่ยงในการใช้ยา Abilify กับทารกที่ได้รับมารดา

    ผลข้างเคียงของAbilify

    ผลข้างเคียงที่พบได้ทั่วไป แจ้งให้แพทย์ทราบหากผลข้างเคียงดังต่อไปนี้นั้นรุนแรงขึ้นหรือไม่หายไป

    1. ปวดศีรษะ
    2. ง่วงซึม
    3. เวียนหัว
    4. แสบลิ้นปี่
    5. กระสับกระส่าย
    6. ท้องเสียหรือท้องผูก
    7. ปวดท้อง
    8. ความอยากอาหารเพิ่มขึ้น
    9. อาการปวด
    10. น้ำลายเพิ่มมากขึ้น

    Abilifyและภาวะน้ำหนักเพิ่ม

    ภาวะน้ำหนักเพิ่มเป็นผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยในยา Abilify แต่ว่าการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทางสุขภาพได้แก่การควบคุมอาหารและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอจะสามารถลดผลข้างเคียงนี้ได้
    ผลข้างเคียงที่อันตราย แจ้งให้แพทย์ทราบทันทีหากคุณประสบกับปัญหาอารมณ์พฤติกรรมหรืออาการดังต่อไปนี้

    1. หัวใจเต้นผิดปกติเร็วหรือช้าผิดปกติ
    2. หายใจลำบาก
    3. แน่นในคอหรือกลืนลำบาก
    4. ชัก
    5. เจ็บหน้าอก
    6. ตาพร่ามัว
    7. ไข้สูง
    8. ใบหน้าหรือร่างกายกระตุก
    9. สับสน
    10. เหงื่อออกผิดปกติ
    11. ผื่นแพ้คัน
    12. ตาหน้าริมฝีปากลิ้นคอมือเท้าข้อเท้าหรือขาบวม
    13. ปวดเกร็งกล้ามเนื้อ

    ยารักษาจิตเวช Abilify

    ยารักษา Abilify คุณอาจมีน้ำตาลในเลือดสูงในขณะที่ใช้ Abilify และจะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน หากคุณมีประวัติครอบครัวเป็นเบาหวานให้ปรึกษาแพทย์ของคุณ นอกจากนี้ควรระวังอาการที่บ่งบอกถึงระดับน้ำตาลในเลือดสูงเช่นความกระหายที่เพิ่มขึ้นหรือการปัสสาวะบ่อยความหิวอ่อนโยนหรืออ่อนแอ คุณควรหลีกเลี่ยงความร้อนหรือการคายน้ำเนื่องจาก Abilify สามารถทำให้ร่างกายของคุณปรับตัวให้เย็นลงได้ยากขึ้น ก่อนที่จะรับยา Abilify ให้แจ้งแพทย์ของคุณเสมอหากคุณมีเงื่อนไขหรือเงื่อนไขใด ๆ ต่อไปนี้

    โรคหัวใจภาวะหัวใจล้มเหลวหัวใจวายหรือหัวใจเต้นผิดจังหวะ

    1. ภาวะความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
    2. โรคหลอดเลือดในสมองตีบ
    3. ชัก
    4. มะเร็งเต้านม
    5. ไขมันในเลือดสูง
    6. เม็ดเลือดขาวต่ำ
    7. โรคตับหรือไต
    8. ภาวะที่ทำให้กลืนลำบาก

    ปกติแล้วจะใช้เวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์กว่าที่ยา Abilify จะออกฤทธิ์คุณไม่ควรหยุดยาเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ แจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้งว่าคุณกำลังได้รับยา Abilify ก่อนได้รับการผ่าตัดใดๆรวมถึงการทำฟันด้วย ก่อนที่จะได้รับยาAbilifyแจ้งให้แพทย์ทราบหากคุณเคยมีประวัติเสพยา