ขายยา viagra และยารักษา Abilify

บอกหมดเปลือก 10 Step สร้างแบรนด์อาหารเสริม

บทความที่แล้วเป็น 10 step ในการสร้างแบรนด์ครีม เครื่องสำอาง คราวนี้ด้วยความที่สินค้ากลุ่มอาหารเสริมก็ฮิตไม่แพ้กัน จึงเป็นที่มาของการบอกหมดเปลือกของการสร้างแบรนด์ทำแบรนด์อาหารเสริม จริงๆก็การผลิตอาหารเสริม โดยโรงงานรับผลิตอาหารเสริม หรือบริษัทรับผลิตอาหารเสริม ก็ไม่ได้ต่างกับครีม หรือ เครื่องสำอางมากนักในแง่ของกระบวนการผลิต จะไปต่างก็ตรงที่ระยะเวลาของอย.ที่นานขึ้น แล้วก็การโฆษณาที่มีความซับซ้อน เข้มงวดกว่ากลุ่มครีมเครื่องสำอาง จึงต้องค่ะ เริ่มกันที่

1. ลูกค้ามีสินค้าที่สนใจและกลุ่มตลาดในใจ

เริ่มจากที่ลูกค้ามีสโคปงานคร่าวๆ ก่อนว่าต้องการขายอาหารเสริมกลุ่มไหน ประเภทอะไร อยากขายให้ใคร ตลาดกลุ่มไหน ราคาที่รับได้ เพื่อให้ง่ายต่อการคุยกันกับฝ่ายขายค่ะ

2. ปรึกษากับทางบริษัทในการเลือกสูตร

เมื่อมีความต้องการจากลูกค้ามา ทางเลือกแรกคือดูจากสูตรมาตรฐานของบริษัท ซึ่งจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เช่นการดูแลหุ่น การดูแลผิว ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผู้ชาย ฯลฯ ขั้นตอนของสูตรมาตรฐานก็คือ ลูกค้าต้องการตั้งชื่อแบรนด์ว่าอะไร สินค้าตัวนี้ต้องการให้ชื่อเป็นอะไร จากนั้นเราก็จะทำการยื่นอย. ระยะเวลาก็จะอยู่ที่ 3-6 เดือนแล้วแต่สูตร เรามีสูตรที่เตรียมขึ้นทะเบียนไว้ ถ้าคุณโดนใจสูตรนี้ ชื่อนี้ ซื้อไปขายได้เลยไม่ต้องรอค่ะ

3. หากสูตรมาตรฐานที่มีไม่โดนใจก็พัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่

แต่ถ้าลูกค้ารู้สึกว่าสูตรที่มียังไม่ใช่ ราคายังไม่โดน อยากมีความเฉพาะ ก็พัฒนาสูตรขึ้นมาใหม่ได้ค่ะ ซึ่งหากปรึกษาเรื่องสูตรแบบลึกขึ้น เราก็มีเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำเพื่อความอุ่นใจ
จากนั้นเราก็จะทำการพัฒนาตัวอย่างขึ้นระยะเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ค่ะ(กรณีที่มีสารอยู่ในคลังนะคะ) ขั้นตอนช่วงนี้ระยะเวลาจะแปรผันตรงกับความพึงพอใจของลูกค้าคะ หากทดลองในรอบแรกแล้วพอใจ เราไปต่อได้เลย แต่ถ้าต้องการปรับอีกก็จะใช้เวลานานขึ้น ระยะเวลาตรงนี้จึงเป็นส่วนที่ลูกค้าต้องคำนึงถึงหากวางเวลาการออกสินค้าไว้นะคะ

4. ปรึกษาฝ่ายการตลาดระหว่างรอสูตร

ในช่วงรอเทสตัวอย่าง เรามีทีมการตลาดที่เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาเช่นช่องทางการจำหน่าย การออกแบบแอดโฆษณา การประชาสัมพันธ์ การทำสื่อออนไลน์ การส่งออก การนำเข้าร้านสะดวกซื้อ ฯลฯ ซึ่งตรงนี้รายละเอียดจะเยอะมาก แต่ถ้าสงสัยอะไรทีมการตลาดของเราคอยซัพพอร์ตให้คุณได้ทุกเรื่องเลยค่ะ

5. ได้สูตรโดนใจก็ออกแบบฉลาก บรรจุภัณฑ์

หลังจากได้สูตรที่โดนใจ เราก็ทำการยื่นเราขึ้นอย. ในระหว่างเราจะมีทีมกราฟฟิคเพื่อคอยให้คำปรึกษาในการออกแบบฉลากสินค้า หรือกล่องผลิตภัณฑ์ อยากได้เนื้องานแบบไหน นูนสูง เคลือบยูวี ตรงนี้คุยรายละเอียดไว้ให้พร้อมรอสูตรผ่านความคงตัวค่ะ

6. เมื่อทุกอย่างพร้อมก็ทำการผลิตแบบครบวงจร และส่งถึงมือลูกค้า

เมื่อสูตรผ่านอย. ก็เป็นการสั่งทำฉลากกระปุก สกรีน หรือถ้าจะทำเป็นแผงบริสเตอร์ใส่กล่องก็ได้เหมือนกัน (คือถ้าคุณเตรียมงานไว้ก่อนแล้ว พอชื่อผ่านปุ๊ป งานก็ flow ไปอย่างเร็วค่ะ) เมื่อบรรุจภัณฑ์พร้อม ฉลากพร้อม กล่องพร้อม ก็ส่งเข้ามาที่โรงงาน พร้อมผลิต บรรจุ และส่งถึงมือลูกค้า ระยะเวลาตรงนี้อยู่ที่ราว 1 เดือน ความช้าเร็วจะไปอยู่ในขั้นตอนการสกรีนกระปุก หรือสั่งทำกล่องค่ะ

7. ก่อนจำหน่ายจริง ลูกค้าสามารถปรึกษาฝ่ายการตลาดได้ตลอด

เมื่อสินค้าไปถึงมือลูกค้าแล้ว ช่วงนี้ก็จะเป็นช่วงการขาย จริงๆลูกค้าบางท่านมีประสบกาณ์ในการทำการตลาดหรือการขายมาแล้ว แต่ถ้าคนไหนเป็นมือใหม่ ไม่รู้จะเริ่มขายอย่างไร ตรงนี้โทรกลับมาที่เรา ทีมฝ่ายการตลาดพร้อมให้ความช่วยเหลือค่ะ

8. จำหน่ายไปแล้วมีปัญหาขายไม่ออก ร่วมกันหาทางออกได้

หรือถ้าขายออกไปแล้วเกิดปัญหาว่าสินค้าไม่ปังอย่างที่คิด สามารถกลับมาสอบถามเราได้ ทีมการตลาดจะช่วยคุณคิดว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร เช่นคุณมีงบโปรโมทเท่านี้ เราสามารถจัดสรรให้ได้ว่าควรลงกับช่องทางไหนกับงบที่มีเพื่อให้คุ้มที่สุดค่ะ

9. จำหน่ายไปแล้วดีจนแผนพลิก ร่วมกันวางแผนใหม่ได้

หรือถ้าขายไปแล้วมันดีมากชนิดที่คุณไม่ได้เตรียมแผนไว้ว่าถ้าของขาดสต็อคจะเป็นอย่างไร (ถ้าของคุณหมดเกลี้ยงแล้วแล้วมาสั่งกับเรา ยังไงก็จะมีช่วงเวลาในการสั่งผลิตนะคะ) ตรงนี้เรามีทีมงานฝ่ายโลจิสติกส์ที่เชี่ยวชาญคอยประเมินว่าเมื่อของคุณเหลือเท่าไหร่ คุณควรเติมสต็อค หรือเริ่มออเด้อมาเพื่อไม่ให้ของขาด ซึ่งแผนพวกนี้สามารถคุยกับเราได้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกนะคะ แต่ถ้าแผนพลิก เราก็มีวิธีในการแก้ไขเพื่อให้คุณพึงพอใจค่ะ

10. ร่วมพัฒนาช่องทางขายต่างๆให้ลูกค้าจนประสบความสำเร็จ

เมื่อสินค้าถูกขายไปแล้วช่วงเวลาหนึ่งแล้ว ลูกค้าต้องการให้สินค้าประสบความสำเร็จมากขึ้น เช่นอยากเปิดตลาดอื่น อยากทำสินค้าเป็นเซต อยากเพิ่มไลน์สินค้าให้แบรนด์ ตรงนี้ก็จะเป็นการปรึกษากับทีมการตลาดของเราอีกเช่นกัน คือไม่ต้องกลัวว่าแบรนด์คุณจะเจ๊งเลยถ้าเราได้มีการพูดคุยและปรึกษากันอย่างละเอียดค่ะ

อย่างที่บอกว่างานจะคล้ายๆกับสร้างแบรนด์เครื่องสำอางแต่ดีเทลการคุยจะแตกต่างกันอยูบ้าง ซึ่งพรีมาแคร์ก็พร้อมที่จะให้บริการลูกค้าที่ต้องการสร้างแบรนด์อาหารเสริมทุกท่านค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก premacare

กินอาหารเสริม/วิตามินเสริมอะไรดี? เพื่อสุขภาพ

ไม่ได้เป็นผลิตภัณฑ์ที่จำเป็นเช่นเดียวกันค่ะ ส่วนใหญ่จะช่วยบำรุงและป้องกันโรคต่างๆที่อาจจะตามมาได้เมื่อยามเราอายุมากขึ้น ผลิตภัณฑ์เหล่านี้คุณพ่อคุณแม่นีน่าจะรับประทานมากกว่าค่ะ สามารถแนะนำให้ญาติผู้ใหญ่ของสาวๆได้นะคะ

1. AsNature Fish Oil

ก่อนอื่นต้องขออนุญาติบอกก่อนนะคะว่ายี่ห้อ AsNatureเป็นยี่ห้อจากแคนาดา และได้รับGMPรับรองจากCanada, NSF จากอเมริกา และเครื่องหมาย HALAL ซึ่งเป็นที่ยอมรับระดับโลก เพราะฉะนั้นไว้ใจยี่ห้อนี้ได้ค่ะ (มั่นใจว่าหลายท่านไม่เคยได้ยินยี่ห้อนี้มาก่อน^^)

 

 

คุณสมบัติ: Fish Oil หรือน้ำมันปลามีส่วนผสมของโอเมก้า3, EPA, และDHLนะคะ จะช่วยใน3เรื่องใหญ่ๆคือ 1.ช่วยพัฒนาในเรื่องความจดจำเรียนรู้ และยังสามารถลดความเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ 2.ช่วยบำรุงหัวใจ ยับยั้งความเสี่ยงต่ออาการหัวใจวายได้ 3.ช่วยบำรุงสำหรับสาวๆที่กำลังตั้งครรภ์และขณะให้นมบุตร

วิธีรับประทาน: ตัวนี้นีน่าไม่ได้รับประทานเอง แต่คุณแม่และคุณยายนีน่ารับประทานอยู่ค่ะ เพราะมีปัญหาทางด้านหัวใจ และช่วยบำรุงสมอง ท่านทานครั้งละ 2 เม็ดทุกวัน วันละ3ครั้งหลังอาหารค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้: ตัวนี้พูดตรงๆว่าเพิ่งจะได้เริ่มรับประทาน มีคนแนะนำมาให้คุณแม่ลองทานบอกว่าดีมากๆ เพราะเป็นการป้องกันล่วงหน้า เอาไว้ถ้ามีความคืบหน้าใดๆ นีน่าจะมาupdateให้เพิ่มนะคะ

2. Blackmores Magnesium

 

คุณสมบัติ: แมกนีเซียมเถือเป็นโคเอนไซม์ที่สำคัญที่สุดชนิดหนึ่งในร่างกายที่จะทำงานร่วมกับ แคลเซียม ซึ่งจะช่วยให้การผลิตฮอร์โมนต่างๆ เป็นปกติ มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบกล้ามเนื้อและเซลล์ต่างๆ มีผลต่อการทำงานของระบบประสาท ระบบย่อยอาหาร ระบบสืบพันธุ์ ระบบเลือด และระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยเฉพาะโรคความเครียด ไมเกรน และภาวะกระดูกพรุน ถ้าได้ทานร่วมกับแคลเซียม (ซึ่งมีผสมอยู่ในเม็ดเดียวกันอยู่แล้ว) จะช่วยกันทำงานได้ดีมากและช่วยซ่อมแทรมสวนที่สึกหรอ ป้องกันภาวะกระดูกพรุนได้ดีอีกด้วยค่ะ

วิธีรับประทาน: คุณแม่นีน่ารับประทาตัวนี้เป็นประจำค่ะ คุณแม่เป็นทั้งไมเกรนและเริ่มปวดเข่าแล้วไปตรวจ คุณหมอบอกว่ากระดูกเริ่มจะเสื่อมเพราะคุณแม่ไม่ยอมดื่มนมตอนท้อง เลยโดนแย่งแคลเซียม(โดยนีน่าเอง><)ไปหมด เลยให้คุณแม่เริ่มทานตัวนี้ ซึ่งจะช่วยรักษาและป้องกันโรคกระดูกพรุนพร้อมยังช่วยลดความเครียด และรักษาโรคไมเกรนของคุณแม่ไปพร้อมๆกันค่ะ คุณแม่นีน่าทานวันละ2เม็ดพร้อมอาหาร วันละ1ครั้ง

ผลลัพธ์ที่ได้: ตั้งแต่คุณแม่เริ่มรับประทาน เรื่องไมเกรนยังเห็นไม่ชัดเท่าไร แต่อาการปวดเข่าดีขึ้นมากๆ กระดูกเริ่มถูกซ่อมแซมแล้วค่ะ คุณแม่ยังทานอยู่ทุกวันนี้ ดังนั้นถ้าใครมีปัญหาเรื่องกระดูก นีน่าแนะนำตัวนี้เลยค่ะ เห็นผลชัดเจน! ^^

3. Blackmores Ginkgo

 

 

คุณสมบัติ: สารสกัดจากใบแปะก๊วยที่ช่วยในเรื่องการป้องกันและรักษาโรคอัลไซเมอร์ บำรุงความจำ ป้องกันและรักษาแผลเรื้อรังที่เกิดจากโรคเบาหวาน ช่วยบำรุงสายตา อาการชา มือเท้าเย็น และอาการตะคริว เหน็บชา และ ยังช่วยเสริมสร้างฮอร์โมนในเพศชายอีกด้วยนะคะ

วิธีรับประทาน: ตัวนี้เป็นตัวที่คุณพ่อนีน่ารับประทานค่ะ เพราะนอกจากช่วยป้องกันและรักษาอาการในหลายๆด้านหลายๆโรคแล้ว ยังมีสรรพคุณเฉพาะสำหรับฮอร์โมนเพศชาย ทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ1ครั้งหลังอาหารค่ะ

ผลลัพธ์ที่ได้: คุณพ่อนีน่ายังมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ยังไม่ได้เป็นอะไร จึงรับประทานตัวนี้เป็นเหมือนวิตามินเสริมเพื่อเป็นการป้องกันค่ะ ท่านเชื่อในยี่ห้อBlackmoresอยู่แล้ว จึงรับประทานเป็นประจำค่ะ ^^

4. Blackmores Multi+Wholefood Nutrients

 

คุณสมบัติ: เนื่องจากวิตามินเม็ดนี้เหมือนเป็นสิ่งรวมทุกอย่างเข้าด้วยกัน มีทั้ง วิตามิน แร่ธาตุ และโฮลฟู้ด (โฮลฟู้ดประกอบด้วยส่วนประกอบมากมาย รวมถึงสาหร่ายสไปรูลินาที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ในร่างกายและเห็ดหลินจือที่ช่วยลดอาการอ่อนล้า อ่อนเพลีย และรักษาโรคหอบหืด) ทั้งหมดนี้รวมให้ร่างกายเราได้กลุ่มวิตามินและแร่ธาตุต่างๆตามปริมาณที่ร่างกายต้องการตั้ง 25 ชนิด

วิธีรับประทาน: ตัวนี้นีน่ารับประทานเองเป็นประจำค่ะ นีน่าจะเลือกทานวันที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการทำงาน นอนดึก สมองไม่แล่น ก็จะทาน1เม็ดก่อนนอน หรือ บางครั้งก็1เม็ดหลังจากตื่นนอนวันไหนแล้วรู้สึกเพลียมากๆค่ะ

ผลลัพธ์ที่นีน่าได้: นีน่ารู้สึกได้ทันที ถ้าวันไหนได้ทานสิ่งนี้ก่อนนอน ว่าตื่นมาแล้วจะไม่รู้สึกเพลียไม่ว่าจะพักผ่อนน้อยแค่ไหน แต่ถ้าวันไหนทานตอนเช้า ก็จะรู้สึกว่าวันทั้งวันจะสดใส ไม่ง่วงเหงาหาวนอนเลยค่ะ

5. Dietary Fiber ของ Fiber Mate

 

 

คุณสมบัติ: หลายๆท่านน่าจะทราบถึงสรรพคุณของไฟเบอร์(ใยอาหาร)อยู่แล้วนะคะ ว่าสามารถช่วยการทำงานของลำไส้ ให้เราขับถ่ายดีขึ้น แก้อาการท้องผูก และป้องกันการเกิดริดสีดวง สามารถลดระดับคอเลสเตอรอล ควบคุมระดับน้ำตาล รวมถึงสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ได้อีกด้วย ตัวFiber Mateนี้ถือว่าเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ จะช่วยเพิ่มกากใยในระบบทางเดินอาหารเรา เหมาะสำหรับผู้ที่ได้รับไฟเบอร์ไม่เพียงพอต่อวัน หรือผู้ที่ไม่ชอบทานผักใบเขียวนั่นเองค่ะ ตัวนีน่าเองเป็นคนชอบทานผักอยู่แล้ว แต่มักมีปัญหาเรื่องการขับถ่ายไม่ค่อยดี จึงรับประทานสิ่งนี้เพื่อช่วยระบบขับถ่ายให้ดีขึ้น

วิธีรับประทาน: นีน่าไม่ได้รับประทานทุกวันนะคะ จะรับประทานเฉพาะช่วงที่รู้สึกการขับถ่ายไม่ดีเท่านั้น วิธีทานคือให้ใส่ผงไฟเบอร์นี้ 1 ซองผสมในน้ำเปล่า 1 แก้ว หรือจะผสมในน้ำอื่นๆที่ดื่มอยู่เป็นประจำก็ได้นะคะ หรือ จะผสมในอาหารอ่อนนุ่มได้ทั้งร้อนและเย็น เพราะเจ้าตัวนี้มันไม่มีรสชาติใดๆเลยค่ะ ไม่ทำให้อาหารรสชาติเปลี่ยนแน่นอน ถ้าทานกับน้ำเปล่าจะเป็นรสจืดสนิท แต่ปลายลิ้นจะรู้สึกเหมือนมีรสนมๆครีมๆนิดๆค่ะ ถือว่าทานง่ายมากๆๆ

ผลลัพธ์ที่นีน่าได้: ต้องบอกก่อนว่าวันไหนกะจะดื่มสิ่งนี้ ให้แน่ใจว่ามีห้องน้ำเข้านะคะ ^^ ไม่ทราบว่าทุกคนจะเป็นเหมือนกันมั๊ย นีน่าอาจจะเป็นคนธาตุอ่อนก็ได้ แต่เมื่อไรที่นีน่าได้ดื่มตัวนี้แล้ว ผ่านไปซัก4-5ชั่วโมงมันจะมาละค่ะ ต้องเข้าห้องน้ำเลย รู้สึกดีมากๆเพราะท้องโล่ง ตอนนี้จึงไม่มีปัญหาการขับถ่ายอีกต่อไปค่ะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก pantip

อาหารเสริม ตัวช่วยฟื้นฟูผิวสวย สุขภาพดี น่าสัมผัส

 

สวัสดีค้า …. กลับมาครั้งนี้กับ 5 อาหารเสริม ที่เมย์ทานอยู่ในช่วงนี้กันค่ะ ซึ่งที่ทานจริงๆ จะมีเยอะกว่านี้ 5555
แต่ที่คัดมารีวิวให้ดูกัน 5 ตัว ในวันนี้ จะเป็นอาหารเสริมในกลุ่มของการบำบุงผิว กันเนอะ ตัวอื่นๆ นอกเหนือจากนี้
จะเป็นพวกบำรุงสมอง กับพวกภูมิแพ้ อันนั้นไว้มีเวลา เมย์จะมารีวิวแยกให้ดูกันอีกทีละกันค่ะ เดี๋ยวจะยาวกันเกินไป อิอิ

ถ้าพูดถึงอาหารเสริม ก่อนหน้านี้เมย์ก็เคยเอามารีวิวให้ดูกันบ้างแล้ว แต่ก็นานมากแล้วเหมือนกัน ที่เมย์ไม่ได้
อัพเดทเรื่องอาหารเสริมใหม่ๆเลย ช่วงต้นปี ก็พักการทานอาหารเสริมไป 3 เดือน เพื่อพักตับพักไต กันไปด้วย
กลับมาทานคราวนี้ กับผิวที่ค่อนข้างแห้ง เหี่ยว 5555 และความหมองคล้ำ โทรมจากการทำงานหนัก และนอนดึก
มีตัวไหน อะไรน่าสนใจกันบ้าง ตามไปดูกันเลยย ยยย …..​

 

 

มาเริ่มต้นกันที่ Nature’s Life : Collagen Lift Resveratrol Plus

ตัวนี้ชื่อก็บอกตัวโตๆอยู่แล้วเนอะว่าคืออะไร แต่ที่น่าสนใจก็คือ Resveratrol ! ที่มีอยู่ในอาหารเสริมตัวนี้
Resveratrol คืออะไร ? … Resveratrol จัดเป็นสารโพลีฟีนอล ชนิดหนึ่ง พบมากในเปลือกและเมล็ดขององุ่นแดง
มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ กำจัดสารพิษต่างๆในร่างกาย ให้สุขภาพดี ดูสดใส ช่วยกระตุ้นเอนไซต์ SIRT1
ซึ่งเป็นตัวช่วยในการชลอความเสื่อมของเซลล์ จึงมีส่วนช่วยทำให้ผิวดูเด็กลง o_O! อีกทั้งยังช่วย ลดความเสี่ยงของ
โรคหัวใจ และช่วยยับยั้งการเกิดมะเร็งได้ดี นอกจากตัว Resveratrol ที่เด่นๆแล้ว ตัวนี้ เค้ายังมี ส่วนผสมของ Red wine ,
Collagen และ Hyaluronic อีกด้วย เรียกได้ว่า ใครต้องการเสริมสร้างให้ผิว สวย สุขภาพดี แลดูอ่อนวัย ก็ต้องตัวนี้เลย

วิธีการทาน : ทานวันละ 1-2 เม็ด หลังอาหารเช้าหรือกลางวัน
ผลการทาน : ผิวดูนุ่มขึ้นนะ หลังจากทานตัวนี้มา แต่บางทีก็พูดยาก เพราะเราก็กินหลายอย่าง หลายตัว 555 555
แต่ก็เคยลองนะ ถ้าช่วงไหนลดตัวนี้ไป ผิวมันไม่ดูนุ่ม ชุ่มชื้น เท่าตอนกินอะ ตอนกินมันดูผิวเด้งกว่า แบบน่าสัมผัส ดูผิวดึ๋งๆ อิอิ

 

วิตามินอนุพันธ์ใหม่ FUREFOO

ตัวนี้ก็เป็นตัวที่เมย์ทานเป็นตัวสุดท้ายของวันเลย จะทานก่อนนอนทุกคืน … ตัวเฟอร์ฟูเนี๊ย เค้าก็จะเป็นแบรนด์
ที่อยู่มายาวนาน 5-6 ปีแล้ว และการันตีว่า นำวัตถุดิบมาจากที่ๆดีที่สุดทั่วโลก เป็นวิตามินอนุพันธ์ฟื้นฟูผิว ระดับเซลล์
ที่เค้าบอกว่าได้ผลมากกว่าคอลลาเจนถึง 10 เท่า อีกทั้งยังมีส่วนผสมและ สรรพคุณที่น่าสนใจมากๆ ตัวหนึ่งด้วย
ส่วนผสมหลัก 7 อย่าง ของเค้ามีอะไรกันบ้าง มาดูกัน …

1. ผงเห็ดหูหนูขาว บางคนอาจเคยได้ยินคำว่า Hyaluron ซึ่งเป็นเทรนด์ที่มาแรงในตอนนี้ เป็นแบรนด์แรก ที่ได้ใบรับรอง สบ.3
ซึ่งไฮยาลูลอนในเห็ดหูหนูขาวนี้ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงที่สุด แก้ปัญหาผิวแพ้ง่าย ลดเลือนจุดด่างดำ ซึ่งเป็นสิ่งที่คอลลาเจน
ไม่สามารถช่วยได้ อีกทั้งยังช่วยในเรื่อง เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว ด้วยเค้าบอกว่าเห็ดหูหนูขาว สามารถ อุ้มน้ำได้มาก ถือเป็น
โฟโตไฮยาลูโรนิค ที่ช่วยจัดการกับอนุมูลอิสระในร่างกายอย่างมีประสิทธิภาพ จึงช่วยฟื้นฟู ความอ่อนเยาว์ ให้ผิวเรียบเนียน เต่งตึง

2. Rose Hip ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่างๆ ที่มีวิตามินซีสูงกว่าผลไม้ตะกูลส้มถึง 20 เท่า ช่วยให้ผิวกระจ่างใส
ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูและซ่อมแซมเซลล์ผิวที่ถูกทำร้ายจากแสงแดดและมลภาวะ
3. สารสกัดจากเปลือกสนมารีไทม์ฝรั่งเศส ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง ช่วยลดปัญหา ฝ้า กระ และจุดด่างดำ
และยังมีคุณสมบัติที่ช่วยยับยั้ง การสลายตัวของคอลลาเจน และอิลาสติน ที่เป็นโครงสร้างหลัก ของผิวหนังด้วย

4. L-Cysteine ที่มีส่วนช่วยในการลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน ต้านการเสื่อมของเซลล์ผิว ช่วยบำรุงผิว กำจัดสารพิษในร่างกาย
และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

5. สารสกัดจากขมิ้นชัน ช่วยกำจัดสิวอักเสบ ฝ้า กระ และริ้วรอย และช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้แข็งแรง

6. สารสกัดจากใบบัวบก ที่มี Anti-inflame ในการลดการอักเสบของเซลล์ผิว ให้ระบบการหมุนเวียน ของเลือดดีขึ้น
อีกทั้งยังช่วยรักษาโรคหวัด ได้อีกด้วย

7. วิตามินบี รวม ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตในร่างกายให้เป็นน้ำตาลกลูโคส ซึ่งร่างกายสามารถ เปลี่ยนเป็นพลังงานไปใช้ได้
และมีส่วนช่วยในกระบวนการ เมตาโบลิซึม ของไขมันและโปรตีน

( เมตาโบลิซึมคืออะไร ? … คือ การเปลี่ยนแปลงอาหารที่กินเข้าไปให้เป็นสิ่งใหม่ ที่มีรูปต่างไปจากเดิม หลังจากดูดซึม
เข้าสู่ร่างกายแล้ว ยังให้ความร้อนและพลังงานแก่ร่างกายด้วย )

 

 

เห็นส่วนผสมหลักแล้ว คือจัดเต็มมากกก สรรพคุณของ เฟอร์ฟู เค้าก็จะเน้นไปที่ การช่วยในเรื่องของผิวพรรณ
ให้ดูเปล่งปลั่ง สดใส ให้ผิวแลดูอ่อนเยาว์ ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในร่างกาย เพิ่มประสิทธิภาพ การดูดซับ
วิตามินในร่างกาย พร้อมปกป้องผิวไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดด รวมถึงซ่อมแซมเซลล์ผิวที่สึกหรอ ให้กลับมาแข็งแรง
อีกทั้งส่วนผสมในแต่ละตัวของเฟอร์ฟูเนี๊ย ยังเป็นปริมาณและขนาดที่เหมาะสม ในการดูดซึม ของร่างกาย ในแต่ละวัน
ที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำด้วย ซึ่งเป็นขนาดที่ไม่มากเกินไป และไม่น้อยเกินไป

วิธีการทาน : ทานวันละ 1 เม็ด ก่อนนอน
ผลการทาน : ส่วนตัวเมย์ทานตัวนี้แล้วรู้สึกว่าผิวดีขึ้นนะ ยิ่งช่วงไหนทำงานหนัก นอนดึก หรือพักผ่อนน้อย ทานตัวนี้ไปก่อนนอน
ที่เห็นได้ชัดเลยคือตื่นมาผิวมันดูไม่ค่อยโทรมอะ ปกติถ้าเรานอนดึก หรือพักผ่อนน้อย ตื่นมาผิวจะแห้ง หน้าก็จะดูโทรมมาก
แต่ทานตัวนี้แล้วผิวมันดูชุ่มชื้น ทานต่อเนื่องมา คือผิวดูนุ่มลื่นจริงๆ ที่สำคัญ พวก ฝ้า กระบริเวณหน้า ก็จางลงด้วย
ถือเป็นตัวช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใจ ยามทำงานหนัก พักผ่อนน้อยได้ดีอีกตัวนึงเลย

 

 

NUTRILITE : Primrose Plus

พริมโรส คืออะไร ? …. พริมโรส เป็นสมุนไพร ลักษณะดอกจะเป็นสีเหลือง ซึ่งจะประกอบไปด้วย ไขมัน
ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ที่อุดมไปด้วยสาร GLA (Gamma – Linolenic Acid) ทำให้มีคุณสมบัติ เข้าไปควบคุม
การทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน และบำรุงผิวพรรณและนอกจากน้ำมัน
ดอกอีฟนิ่งพริมโรสแล้ว ตัวนี้ยังประกอบไปด้วย ส่วนผสมของน้ำมันโบราจ ที่ให้กรด แกมมาไลโนเลนิก ขิงผงเข้มข้น
สารสกัดจากตังกุย รวมทั้งมีส่วนผสมของซิตรัส ไบโอฟลาโวนอยด์เข้มข้น และเบต้าแคโรทีนจากธรรมชาติรวมอยู่ด้วย

วิธีการทาน : ทานวันละ 1-2 แคปซูน หลังอาหาร
ผลการทาน : จริงๆตัวนี้คือแม่ซื้อมาให้ เพราะมีป้าที่รู้จักขายผลิตภัณฑ์ของ Amway อยู่ หลักๆ ตัวนี้เมย์ทาน
เพื่อช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนของผู้หญิงเรา เป็นหลัก แต่พอทานมาสักระยะก็ได้ผลเรื่องผิวพรรณด้วย
จากผิวที่เคยแห้ง ตรงข้อศอกที่เวลาอากาศเย็นจะแห้งแตก ก็ดูชุ่มชื้นขึ้น สาวๆคนไหนที่ชอบมีปัญหา ปวดท้อง
ประจำเดือนบ่อยๆ ก็ลองไปหาตัวนี้มาทานกันดูนะคะ มันอาจไม่ได้ช่วยให้หายขาด แต่ก็ช่วยบรรเทา อาการปวดให้ลดลง
ได้ประมาณนึงเลย แถมยังช่วยบำรุงให้ผิวพรรณชุ่มชื่นได้อีกด้วย

 

DHC Vitamin C

ตัวนี้คงไม่ต้องอธิบายกันเยอะเนอะ เป็นวิตามินซี ตัวดังอีกตัวนึงของสาวไทยเราอยู่แล้ว ยิ่งถ้าใครได้ไปเที่ยว ญี่ปุ่น
เป็นต้องซื้อตุนกลับมากันทุกคน เมย์เองก็เป็นหนึ่งในนั้น 5555 ด้วยส่วนตัวเมย์เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว นอกจากการทาน
วิตามินซี เพื่อช่วยเรื่องความขาวใสแล้ว เมย์ยังทานเพื่อช่วยลดอาการหวัดจากภูมิแพ้ด้วย สรรพคุณของเค้า ก็เน้นเรื่อง
ช่วยลดความหมองคล้ำ ฝ้า กระ ต่างๆ ให้ผิวพรรณดูกระจ่างใส ที่สำคัญ ราคาน่ารักมากกกก สบายกระเป๋า อิอิ

วิธีการทาน : ทานวันละ 2 เม็ด (หลังอาหารเช้าหรือกลางวัน 1 เม็ด และทานอีกที 1 เม็ด ตอนก่อนนอน )
ผลการทาน : ผิวใสขึ้นไหม ก็นิดๆ มันดูผิวดูผ่องขึ้นมากกว่า เวลาทานตัวนี้ผิวมันดูใส ดูไม่โทรมอะ แต่ไม่ได้ขนาด
เปลี่ยนสีผิวให้ขาวขึ้นขนาดนั้น แต่ที่แน่ๆคือ เราเป็นหวัดน้อยลง จามน้อยลงมาก ช่วงไหนหมด หรือไม่ค่อยมีเวลากิน
คือถ้าเปิดแอร์ หรืออากาศเย็นหน่อย เราจะจามติดกันเป็นสิบๆครั้งเลย คือทรมานนะ แต่ทานตัวนี้แล้วอาการแพ้อากาศ
อาการหวัดลดน้อยลงจริงๆ

 

 

Blackmores : BIO C 1000mg

แบลคมอร์ วิตามิน ไบโอ ซี เป็นวิตามินซีอีกตัวที่เมย์เลือกทาน จริงๆตัวนี้ก็จะทานสลับๆกับตัว DHC นะ
แล้วแต่ช่วง ตัวนี้ก็ประกอบไปด้วย วิตามินซี และส่วนผสมอื่นๆจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็น โรสฮิพ, ไบโอฟลาโวนอยด์,
รูทิน, เฮสเพอริดิน และอะซีโรลา ดราย ฟรุท ที่มีส่วนช่วยในการเสิรมสร้างคอลลาเจน ต่อต้านอนุมูลอิสระ
ช่วยลดรอยหมองคล้ำ ฝ้า กระต่างๆ ให้ผิวสว่าง สดใส และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดอาการหวัด และอาการภูมิแพ้

วิธีการทาน : ตัวนี้เมย์ทาน 1 เม็ด หลังอาหาร กลางวันหรือเย็น
ผลการทาน : ติดคอ 555 55 อะล้อเล่น … แต่ก็เม็ดใหญ่ไปนิดจริงๆอะแหละ สำหรับวิตามินซี จริงๆเมย์ลองทาน มาหลายยี่ห้อแล้วนะ
แต่ที่ชอบและรู้สึกว่าเห็นผลได้ชัดเจนจริงๆ ก็ตัว แบล็คมอร์ กับ DHC นี่แหละ ทานเป็นประจำช่วยลดอาการหวัดและภูมิแพ้ได้จริง
ผิวก็ดูใสขึ้น ถึงจะเป็นคนผิวคล้ำ แต่ทานตัวนี้ ผิวก็เนียน ใสกว่าแฟนฉันที่ผิวขาวๆอีกนะแก 555

 

 

จะเห็นได้ว่า อาหารเสริมแต่ละอย่างก็จะมีสรรพคุณที่คล้ายๆกัน แต่ก็จะมีส่วนช่วยในบางเรื่อง ที่แตกต่างกันออกไป
ตามแต่ละส่วนผสมหลักของแต่ละตัว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การทานอาหารเสริม ให้ได้ประสิทธิภาพ และเพื่อเห็นผลที่ชัดเจนนั้น
ก็ขึ้นอยู่กับการทานอาหารที่หลากหลาย และครบ 5 หมู่ บวกกับการทานน้ำเยอะๆ ให้เพียงพอในแต่ละวันควบคู่กันไปด้วย
ที่สำคัญ อาหารเสริมพวกนี้ เป็นเพียงแค่อาหารเสริมเนอะ ดังนั้นแค่มีส่วนช่วยแต่ไม่ได้รักษาโรค หรือช่วยให้โรคนั้นๆ
หายขาดแต่อย่างใด และถ้าต้องการให้ผิวแลดูกระจ่าง สว่างใส สุขภาพดี การบำรุงผิวจากภายในด้วยอาหารเสริมแล้ว
การดูผิว จากภายนอกก็ห้ามลืมเช่นกันน้า เพราะต่อให้เราทานอาหารเสริมดีแทบตาย แค่ไหน แต่ถ้าผิวข้างนอกไม่ได้รับ
การบำรุงดูแล มันก็ไม่สามารถเผยผิวสวยจากภายในออกมาได้เหมือนกันเนอะ วันนี้ไปก่อนแล้ว สวัสดีค้า …

 

ขอบคุณข้อมูลจาก pantip

ผลข้างเคียง ( Abilify )

 

ผู้ผลิต: Otsuka Pharma
มี

Abilify® MAINTENA เป็นต้านโรคจิต
สารที่ใช้งาน

aripiprazole

ใบสมัคร

Abilify® MAINTENA ใช้สำหรับการบำรุงรักษาของโรคจิตเภท

ปริมาณ

นำเสนอเป็นผงสำหรับการฉีดซึ่งหลังจากการแก้ปัญหาคือการฉีดเข้าไปในกล้ามเนื้อตะโพกที่

ลักษณะการให้ยาเป็นบุคคลและขึ้นอยู่อนึ่ง ความรุนแรงของโรค

ผลข้างเคียงที่เป็นไปได้

– มีได้รับการเรียกว่าโรคจิตกลุ่มอาการของโรคมะเร็ง – สภาพที่ร้ายแรงที่มีไข้จิตสำนึกบกพร่องและอื่น ๆ ของผลข้างเคียงดังกล่าวข้างต้น เงื่อนไขนี้ต้องพบแพทย์ทันที
– โดยการรักษาด้วยการป้องกันโรคจิตได้รับรายงานการรบกวนที่เฉพาะเจาะจงของจังหวะหัวใจ (QTCการยืดตัว) ซึ่งในบางกรณีสามารถนำไปสู่การเสียชีวิตอย่างกะทันหัน

การตั้งครรภ์

สามารถนำมาใช้ในกรณีที่จำเป็น
เลี้ยงลูกด้วยนม

ไม่ควรใช้เนื่องจาก. การขาดความรู้
การจราจร

ไม่มีคำเตือน
บริจาคเลือด

ไม่เคาะ 3 เดือนกักกันหลังจากหยุดการรักษา

ผล

ทำงานโดยการเปลี่ยนการทำงานของสารสื่อประสาทหลายในสมองเพื่อการส่งกระแสประสาทในสมองถูกยับยั้ง องค์ประกอบจึงมีการกระทำที่สงบเงียบและยารักษาโรคจิตไม่ก่อให้เกิดการรักษา ผลโรคจิตสามารถคาดหวังเฉพาะหลังจากการรักษา 1-2 สัปดาห์บางครั้ง 1-2 เดือน ผลสามารถมีอายุหลายสัปดาห์หลังจากหยุดการรักษา

รูปแบบยา

ผงและตัวทำละลายพักเป็นเวลานานปล่อยสำหรับฉีด 1 ขวดมี 400 มิลลิกรัมของ aripiprazole,

ผงและตัวทำละลายพักเป็นเวลานานปล่อยสำหรับฉีดเข็มฉีดยา prefilled 1 เข็มฉีดยามี 400 มิลลิกรัมของ aripiprazole

คำเตือนพิเศษ

  • ตัวแทนควรใช้ด้วยความระมัดระวัง:
    – สำหรับที่มีอายุมากกว่า 65 ปี
    – ที่ตับที่ผิดปกติมาก (วิธีการอีกอย่างที่ควรจะใช้)
    – ในโรคหัวใจและหลอดเลือด
    – ที่มีความเสี่ยงของการอุดตันในเลือด
    – ที่มีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของสมองอาการตกเลือด / โรคหลอดเลือดสมอง
    – โรคลมชัก, แนวโน้มที่จะเกิดอาการชัก
  • ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ควรนำมาใช้ในการลดทอนเมื่อใดก็ตามที่รวดเร็วของอาการจิตเภท
  • มีความเสี่ยงในระดับสูงอย่างรุนแรงของน้ำตาลในเลือดเป็น หากคุณมีโรคเบาหวานหรือความเสี่ยงของการเป็นโรคเบาหวานเราจะต้องตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ช่วยเพิ่มผลกดประสาทของผลิตภัณฑ์
  • มีการอัตราการตายสูงกว่าปกติเมื่อการรักษาผู้ป่วยสูงอายุที่มีภาวะสมองเสื่อมที่มีโรคทางจิตเวช
  • เลือดอุดตันจะเห็นได้จากการรักษาด้วยโรคทางจิตเวช คุณจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษหากคุณมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการได้รับเลือดอุดตัน

ยาอื่น ๆ

สิ่งสำคัญคือต้องแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาทั้งหมดที่คุณกำลังใช้อยู่

  • ความหลากหลายของวิธีการ (เช่นตัวแทนเชื้อราบางยาปฏิชีวนะบาง, ยาบางชนิดเอชไอวีและซึมเศร้าบางอย่าง) สามารถเพิ่มผลกระทบของAbilify® MAINTENA
  • Carbamazepine (โรคลมชัก) ลดผลกระทบของAbilify® Maintena
  • ระมัดระวังทั่วไปเมื่อใช้ยาเสพติดอื่น ๆ ที่อาจรบกวนจังหวะหัวใจ – ตัวอย่างเช่นลิเธียม (ยาสำหรับโรคสองขั้ว) ยาปฏิชีวนะบางซึมเศร้าบางยาเสพติดบางอย่างสำหรับความผิดปกติของการเต้นของหัวใจและยาเสพติดบางอย่างสำหรับการโรคจิต ส่วนหนึ่งของเงินทุนเหล่านี้จะต้องหลีกเลี่ยง นี้นำไปใช้: Chlorprothixene และ pimozide (ต้านโรคจิต) moxifloxacin (ยาปฏิชีวนะ) amiodarone และ dronedarone (ยาเสพติดสำหรับการรบกวนจังหวะหัวใจ) droperidol (ยาสำหรับอาการคลื่นไส้) และ vandetanib (มะเร็ง)
  • การใช้งานกันซึมเศร้าบางอย่าง (SSRIs กองทุน SNRIs), ยาแก้ปวดบางอย่าง (Tramadol) และยาเสพติดบางอย่างสำหรับไมเกรน (triptans) เพิ่มความเสี่ยงของโรค serotonin – การรวมกันของอาการเช่นไข้ตึงสั่นกระตุกของกล้ามเนื้อและการเปลี่ยนแปลง สภาพจิตอาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นที่สภาพกำลังพัฒนา เงื่อนไขนี้ต้องได้รับการดูแลรักษาทางการแพทย์ทันที Abilify® MAINTENA ช่วยเพิ่มผลทำให้หลับของ hypnotics ยาแก้ปวดและยาแก้แพ้

มอบการจัดส่งแพ็คเกจและราคา

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก health-root

 

อันตรายมาก!! ตรวจพบสาร “ไวอากร้า” อยู่ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร-ยา รุ่นแรงถึงขั้นหูหนวก

ปัจจุบันเราให้ความนิยมกินอาหารเสริมกันเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑ์อาหาร เสริมมีมากมายหลายยี่ห้อ สรรพคุณของอาหารเสริมแต่ละยี้ห้อก็แตกต่างกันออกไป แต่เราอาจจะหารู้หรือไม่ว่า ผลข้างเคียงที่ตามนั้นก็ไม่เบาเช่นกัน อาจจะทำให้ถึงขั้น สูญเสียการได้ยิน ความดันในลูกตาสูง

 

กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ตรวจพบสาร Sildenafil ซิลเดนาฟิล แฝงมาในรูปผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร กาแฟ และยา ที่ขายอยู่ทั่วไป ยาซิลเดนาฟิลนั้น มีสรรพคุณดังนี้ รักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของบุรุษ (นกเขาไม่ขัน) รักษาความดันโลหิตภายในหลอดเลือดแดงของปอดสูง (Pulmonary arterial hypertension) แต่ก็ส่งผลข้างเคียง/อาการข้างเคียง) ดังนี้ เช่น มีอาการปวดศีรษะอาหารไม่ย่อยคัดจมูก หน้าแดง การมองเห็นภาพผิดปกติ ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยแต่อาจมีความรุนแรงมาก ได้แก่ มีภาวะความดันโลหิตต่ำกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ความดันในลูกตาสูง และสูญเสียการได้ยิน

 

 

ผลิตภัณฑ์ที่ตรวจพบ ไวอากร้า ผสมมีังนี้

– ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Double Maxx
– ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ตรา เอ บี เอ็ม MAX 888
– ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ซี เค เค พลัส
– MAGNUM FINLAND
– กาแฟ เดอะ วันแฟน
– กาแฟ the วันแฟน โกลด์
– King Max Coffee
– RACE HORSE
– กาแฟสำเร็จรูป เฉลิมพล
– เดอะ เช็คอิน กาแฟ

 

 

– กาแฟปรุงสำเร็จ เมาท์เท่น เบิร์ด
PIRACHAI I
– UPs
– YA CAPPRA ยาแคปปร้า
– VM PLUS วีเอ็มพลัส
– Harmony Herbs Extra ฮาร์โมนี เฮิร์บ เอ็กซ์ตร้า
– มิสเตอร์ถั่ง
– ยาบำรุงร่างกายเอ็มวัน
– บี มัค
– P.L.A.Y พี. แอล. เอ. วาย.
– ยาเกร็กคู
– ยาแคปซูลกวาวเครือแดง
– ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตังถั่งเฉ้าและโสมจีน BIG BOOM
– V.L.P. Very Long Power
– OMG (โอเอ็มจี)
– อี้ฉี้เจียวหนัง
– ยาเกร็กคู ตราโหรทศพรโอสถ
– ยาเกร็กคู (GRAKCU CAPSULE)
– ยาแคปซูล โสมปู่เซิน
– SIZE MAXX
– Red cialis ViAGRA

 

 

ต้องบอกว่ารายชื่อที่พูดดมา ดังๆทั้งนั้น รู้จักกันใช่ไหม ยังไงก็ทานด้วยความระมัระวังด้วยนะคะ เพราะอันตรายถึงขั้นหูหนวกได้

 

ขอบคุณข้อมูลจาก kaijeaw

Previous Next อุปกรณ์เสริมอาหารเสริมประกอบด้วยอาหาร VIAGRA, STEROIDS

 

คุณรู้ว่าการอัพเกรดทางโภชนาการการอัพเกรดทางเพศเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ที่สถานีบริการและทำการตลาดประเทศชาติหรือไม่? ระมัดระวังพวกเขาอาจจะเป็น viagra หรือสเตียรอยด์อีกครั้ง หรือในทางกลับกัน การปรับปรุงลดน้ำหนักที่คาดเดาได้หลายอย่างเพื่อลดน้ำหนักการลุกขึ้นและการสร้างกล้ามเนื้ออาจมีสารเคมีของแท้ แต่คุณอาจไม่มีโอกาสได้รู้ว่ามีอะไรอยู่ในตัว

ในช่วงปีพ. ศ. 2550 และ พ.ศ. 2559 เอฟดีเอได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับการกำหนดเภสัชกรรมที่ไม่ได้รับการอนุมัติในการปรับปรุงโภชนาการ 776 รายการตามรายงานอื่นของ JAMA Network Open คนเหล่านี้ไม่มากเท่ากับครึ่งที่ได้รับการตรวจสอบโดยเจตนา ผู้สร้างได้รับคำสั่งข้อมูลจากเว็บไซต์แจ้งเตือนของ FDA เรียกว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนออกวางตลาดเป็นรายการเสริมซึ่งเป็นสินค้าเมื่อ FDA รายงานการค้นพบการยึดติดทางเภสัชกรรมที่ไม่ได้รับอนุมัติในการปรับปรุง การปรับปรุงตำหนิหลายประการที่องค์การอาหารและยาได้ค้นพบในช่วงเวลาเก้าปีตามด้วย 146 องค์กร เหล่านี้พูดถึงเพียงส่วนน้อยของการปรับปรุงที่เป็นไปได้น่ากลัวที่มีอยู่

บทความนี้แสดงให้เห็นถึงการโฆษณาการเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาและควรให้ความสำคัญกับใครก็ตามที่กำลังคิดถึงการใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการลดน้ำหนักการเพิ่มของกล้ามเนื้อหรือการลุกขึ้นยืน ยิ่งไปกว่านั้นคือบุคคลหลาย ๆ คน ส่วนใหญ่ของผู้ใหญ่ในสหรัฐรายงานการปรับปรุงโภชนาการซึ่งแสดงถึงอุตสาหกรรมมูลค่า 35 พันล้านดอลลาร์ การเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารเป็นลักษณะขององค์การอาหารและยา (FDA) ในฐานะวิตามินสารธรรมชาติกรดอะมิโนที่กัดกร่อนหรือแร่ธาตุที่ไม่ได้นำมาเสนอเพื่อแก้ไขหรือรักษาความเจ็บป่วย รายงานล่าสุดพบว่าการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานจะส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากถึง 23,000 รายต่อปีในสหรัฐฯทุกปี

กระดาษที่แจกจ่ายในวันนี้คือการตรวจสอบสิ่งที่สมมติว่ามีการเคลื่อนย้ายองค์การอาหารและยาได้ทำขึ้นเมื่อพบสารผิดกฎหมายในการปรับปรุง “การรักษาด้วยยาในการปรับปรุงคุณภาพอาหารเหล่านี้อาจเป็นสาเหตุให้ผลกระทบจากการต่อต้านยาปฏิกริยาของแท้สามารถลดลงจากการใช้ผิดวิธีการล่วงละเมิดหรือการติดต่อสื่อสารกับใบสั่งแพทย์ที่แตกต่างกันสภาพสุขภาพที่ซ่อนอยู่หรือยาที่แตกต่างกันภายในการเสริมสร้าง” ผู้สร้างสรรค์ซึ่งรวม Jenna Tucker ของ กรมอาหารและการเกษตรของรัฐแคลิฟอร์เนีย, Madhur Kumar สาขาอาหารและยาของ California Public Department of Public Health และอื่น ๆ ส่วนใหญ่ของการปรับปรุง FDA ที่รู้จักว่าไม่ปลอดภัยยังคงมีอยู่ที่จะซื้อ

ผู้สร้างรายงานว่า adulterants ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางมากที่สุดที่ FDA พบในการปรับปรุงคือ sildenafil (nonexclusive Viagra), sibutramine (Meridia แบบเดิมสำหรับการลดน้ำหนักซึ่งมีการเชื่อมต่อกับการขยายความเสี่ยงของโรคหัวใจและโอกาสและถูกไล่ออกจากตลาดในหลายประเทศ) , และสเตียรอยด์ทางวิศวกรรมหรือการติดตั้งเตียรอยด์เหมือน พวกเขาพบว่าร้อยละ 20 ของรายการที่มีการปนเปื้อนของ FDA ในช่วง 2007 และ 2016 มีมากกว่าการแก้ไขที่ไม่อนุมัติ อันที่จริงแม้ต่อมาได้รับคำเตือนจากองค์การอาหารและยาแล้วสินค้าบางอย่างก็ยังขายอยู่ “นี่เป็นการรบกวนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาว่า FDA พร้อมที่จะทดสอบชิ้นส่วนที่สามารถเข้าถึงได้” รายงานฉบับนี้กล่าว

ที่ได้รับที่สำคัญของเหตุผลที่การตรวจสอบนี้มีความสำคัญมากและที่มันเหมาะกับการจัดประเภทของการทำงานในอันตรายของการปรับปรุงการเกษียณอายุร้านค้าในวันนี้: วิธีการที่องค์การอาหารและยานำสารอาหารเสริมไม่ทำงาน

“องค์การอาหารและยาไม่สามารถควบคุมตลาดนี้ได้” หัวหน้าผู้แทนหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการของ FDA Josh Sharfstein กล่าวก่อนหน้านี้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวน Sharfstein ซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกอาวุโสที่ไม่ดีสำหรับสุขภาพทั่วไปที่ Johns Hopkins พิจารณาการตรวจสอบที่ดี แต่แจ้งเตือนต่อการตำหนิ FDA เนื่องจากความผิดหวังในการควบคุมธุรกิจได้อย่างเพียงพอ

“จนถึงจุดที่ FDA มีผู้เชี่ยวชาญมากขึ้นในการทำความเข้าใจว่ามีอะไรบ้าง” เขากล่าว “มันไม่น่าเป็นไปได้อย่างมากว่าพวกเขาจะได้รับพลังจากมันเป็นประจำ”

ถึงแม้ว่า FDA จะถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ควบคุมการจัดแสดงการปรับปรุง แต่กฎหมายที่มีอยู่จะช่วยให้สามารถดำเนินการได้ง่ายๆหลังจากที่อุปกรณ์เสริมได้เข้าชั้นเก็บของ ไม่เหมือนยาที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ผู้สร้างอาหารเสริมไม่จำเป็นต้องยื่นขอการรับรองจาก FDA หรือขอความช่วยเหลือจากองค์การอาหารและยาก่อนที่จะนำเสนอสิ่งของเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าโดยปกติแล้ว FDA จะสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากที่ลูกค้าหรือแพทย์แจ้งเตือนให้มีการตอบสนองเชิงลบบางอย่างที่เกิดขึ้น Amy Eichner ที่ปรึกษาพิเศษเกี่ยวกับยาเสพติดและอาหารเสริมที่สำนักงานต่อต้านยาสลบของสหรัฐกล่าวว่า “พวกเขาได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยมีการลาดตระเวนหลังการขายสินค้านับไม่ถ้วนซึ่งเป็นความพยายามที่จะเตือนคู่แข่งและบุคคลทางทหารของตน อันตรายของการปรับปรุงโภชนาการ Eichner ไม่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบ

Pieter Cohen ผู้เป็น internist ที่ Cambridge Health Alliance และเป็นหัวหน้าหลักในการปรับปรุงคัดค้านความคิดนี้ เขาแจกจ่ายบรรณาธิการควบคู่ไปกับรายงานฉบับปัจจุบันที่ทำให้องค์การอาหารและยา (FDA) ให้ความสำคัญกับภาระผูกพัน “ออฟฟิศไม่สามารถที่จะใช้ประโยชน์จากทุกอุปกรณ์ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายเพื่อขับไล่ความเสียหายทางเภสัชกรรมออกจากธุรกิจทำให้สุขภาพของผู้ซื้อตกอยู่ในอันตราย” เขากล่าว อุปกรณ์ที่เข้าถึงได้เหล่านี้ประกอบด้วยการออกประกาศแจ้งขอการตรวจสอบโดยเจตนาหรือต้องมีการตรวจสอบภาคบังคับ

สำนักงานได้สิ้นสุดลงเพื่อให้มีการแสดงความคิดเห็นที่มีผลบังคับในปี 2554 อย่างไรก็ตามทักเกอร์และหุ้นส่วนของเธอพบว่า FDA ไม่ได้ออกการตรวจสอบภาคบังคับโดยสันโดษในจุดนั้นและ 2016 (ความจริงก็คือองค์กรได้ออกความเห็นที่จำเป็นเพียงอย่างเดียว ของการเพิ่มประสิทธิภาพของอาหารในเดือนเมษายนของปีปัจจุบันนี้เทียบกับการเสริมสร้างความเป็นธรรมชาติที่ได้รับการปนเปื้อนด้วยเชื้อ Salmonella) เป็นเรื่องที่น่าตกใจและได้รับความจริงใจจากสารเคมีที่สำนักงานได้พบในการปรับปรุง ตัวอย่างเช่นทักเกอร์และผู้ร่วมสร้างรายงานว่า serotonin reuptake inhibitors (SSRIs) ได้รับการค้นพบในยาเสพติดทางเพศหรือในคำอื่น ๆ เนื่องจาก SSRIs สามารถก่อให้เกิดความคิดที่ทำลายตนเองได้ในเยาวชนและเยาวชนที่โตขึ้นและสื่อสารกับ ยาแก้ปวดพื้นฐาน

เทียบเท่าที่ถูกต้องสำหรับ viagra ทั่วไปซึ่งมีสถานที่ที่มีชั้นของยาที่เรียกว่าตัวยับยั้ง PDE5 และสามารถให้ความร่วมมือกับไนเตรตในลักษณะเดียวกันความดันโลหิตสูงเภสัชกรรม การตรวจสอบพบว่าผู้ชายที่ใช้วิธีการเหล่านี้อาจหลีกเลี่ยง Viagra และแกว่งไปที่การปรับปรุงที่ปลูกในบ้านเป็นทางเลือกที่มีความปลอดภัยมากขึ้นโดยไม่เข้าใจว่าการเพิ่มการขายที่มีใบสั่งแพทย์เป็นของตัวเองก็มีมากเกินไป

ดังนั้นด้วยเหตุผลอะไรบ้างที่ FDA ไม่ได้จัดทำบทวิจารณ์ที่จำเป็น? Cohen กล่าวว่านี่เป็นเรื่องของการกระจายทรัพย์สินและปัญหาของข้าราชการ โคเฮนกล่าวว่า “มันไม่สำคัญนักหรอก แต่นี่เป็นกิจกรรมของพวกเขาแน่นอนอาจใช้เวลาครึ่งเดือนในการทำสิ่งพิมพ์ แต่สวัสดีคุณเป็นสำนักงานด้านสุขภาพโดยทั่วไปแล้วนี่เป็นกิจกรรมของคุณ “คุณไม่สามารถระบุได้ว่า ‘พระเจ้าช่วยเราเราไม่ได้จัดการอาหารเสริม’ องค์การอาหารและยา (FDA) มีหน้าที่ในการรับประกันว่าการปรับปรุงดังกล่าวในสหรัฐฯได้รับความคุ้มครอง ”

Sharfstein กล่าวว่าในปัจจุบันนี้ทุกครั้งที่องค์กรสอบสวนการเพิ่มประสิทธิภาพที่เฉพาะเจาะจง นักวิจัยของ FDA ทดสอบการปรับปรุงและส่งรายงานของตนไปยังผู้อื่นใน FDA เพื่อดำเนินการตามสิ่งที่พวกเขาพบ รายงานฉบับนี้พบว่าการปรับปรุง 776 ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เหล่านี้สังเกตเห็นว่าได้รับความเสียหายจากเภสัชภัณฑ์สำนักงานเปิดการแจ้งเตือนแบบเปิดรอบ 342 รายการปล่อยข่าวประมาณ 58 รายทำให้ผู้ซื้อรีเฟรชประมาณแปดรายโดยเตือนตัวอักษรเฉพาะสำหรับ บริษัท ประมาณเจ็ดรายและอีกหนึ่งข้อ การแนะนำของกระทรวงยุติธรรมสำหรับการตรวจสอบเกี่ยวกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในทางอาญาที่เป็นไปได้

การปรับปรุงเพิ่มเติม 360 ชิ้นเหล่านี้ได้รับการตรวจสอบจากผู้ผลิตของพวกเขาตามคำขอร้องของ FDA เป็นไปได้ว่าจะมีความชัดเจนว่า FDA ต้องการสอบถามอะไรเป็นจำนวนมากและไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายที่ปฏิเสธที่จะเสร็จสิ้น ในการประกาศองค์การอาหารและยาได้ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ง: เมื่อตระหนักว่าการเพิ่มประสิทธิภาพประกอบด้วยเภสัชกรรมจะถือว่าเป็นยาซึ่ง FDA ไม่มีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบอย่างถี่ถ้วน

การขาดข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญในเรื่องการปรับปรุงการควบคุมการควบคุมและการติดตั้งอันตรายของพวกเขา ประชากรทั่วไปไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดที่เป็นคณะกรรมการด้านบนเกี่ยวกับสารเคมีของตนและ FDA ไม่ทราบว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารใดบ้างที่ถูกขายจนกว่าจะถึงเวลาที่พวกเขาอยู่บนชั้นวาง

Cohen สนับสนุนการรีเฟรชพระราชบัญญัติการเสริมสุขด้านอาหารและการศึกษาของปีพ. ศ. 2537 ซึ่งระบุว่าองค์การอาหารและยาสามารถคัดกรองธุรกิจได้อย่างไร เขาและ Sharfstein เห็นพ้องกันว่าการคาดการณ์ล่วงหน้าอย่างหนึ่งคือคาดว่า บริษัท ต่างๆจะขอรับอาหารเสริมก่อนที่จะขาย ด้วยวิธีนี้องค์การอาหารและยาจะเข้าใจสิ่งที่พร้อมจะซื้อและมีความสามารถในการรับผลิตภัณฑ์เสริมจากชั้นวางหากผู้ผลิตของพวกเขาละเลยที่จะลงทะเบียนพวกเขาเพื่อขับไล่ข้อกำหนดเบื้องต้นสำหรับการทดสอบที่สูงเกินไปในอัตราไม่กี่กรณี Sharfstein มีข้อสังเกตบางอย่างเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเช่นนี้

“มันสำคัญสำหรับลูกค้าในการรับทราบว่า FDA สามารถทำอะไรได้บ้างในการขับไล่ของที่เสียหายออกจากตลาดหรือเพื่อให้องค์กรไม่แสวงหาผลประโยชน์จากการเสนอของที่ซื้อสินค้าผู้ซื้อต้องระมัดระวัง!” Eichner กล่าว

เมื่อใดก็ตามที่คุณเห็นการปรับปรุงเหล่านี้ด้วยชื่อที่น่ารื่นรมย์ในสายการเช็คเอาต์ของพื้นที่ใกล้เคียงหรือสถานีบริการน้ำมันของคุณให้พิจารณาอีกครั้ง ใครเข้าใจสิ่งที่แท้จริงในตัวเขา

Posted in ViagraTagged Viagra, อุปกรณ์เสริมอาหารเสริมประกอบด้วยอาหาร VIAGRA

 

ขอบคุณข้อมูลจาก noprescription

อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ คืออะไร มีความจำเป็นอย่างไรในชีวิตของเรา


อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีการผลิตขึ้นมา โดยการหวังผลเพื่อให้ร่างกายของเรามีประสิทธิภาพดีขึ้น
อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร จะเป็นที่นิยมในกลุ่มคนทั่วไป ร่างกายมีประสิทธิภาพดีขึ้น ทนต่อภาวะความเครียด ความเหนื่อยล้าที่เกิดจากการทำงาน

 

อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ มักจะประกอบไปด้วยวิตามินแร่ธาตุที่จำเป็นต่างๆของร่างกาย สารต้านอนุมูลอิสระต่างๆ สารสกัดต่างที่ช่วยในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น บำรุงสมองในกลุ่มคนที่เรียนหนัก ใช้ความคิดมาก เผชิญกับความเครียดเป็นประจำ คนที่มีโรคประจำตัวต่างๆ ที่ต้องการอาหารเสริมเพื่อบรรเทาโรคของตน ทั้งนี้การเลือกอาหารเสริมควรคำนึงถึงประสิทธิภาพที่แท้จริง ความปลอดภัยของอาหารเสริมเป็นหลัก

 

 

ขอบคุณที่มา thaiadmin

Lithium (ลิเทียม)

 

Lithium (ลิเทียม) เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อสารเคมีและการทำงานในสมอง ใช้รักษาหรือป้องกันการเกิดซ้ำของกลุ่มอาการแมเนีย (Mania Episodes) ซึ่งเป็นภาวะอารมณ์ดีตื่นตัวผิดปกติจนทำให้เกิดพฤติกรรมบางอย่างในผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วหรือโรคไบโพลาร์ และอาจใช้รักษาภาวะซึมเศร้า โรคจิตเภท กลุ่มโรคขาดความยับยั้งชั่งใจ (Impulse Control Disorders) หรือ​อาการผิดปกติทางจิตบางภาวะของเด็ก

เกี่ยวกับยา Lithium

กลุ่มยา ยารักษาโรคจิต (Antipsychotics) หรือยาต้านเศร้า (Antidepressants)
ประเภทยา ยาตามใบสั่งแพทย์
สรรพคุณ บรรเทาหรือป้องกันการเกิดซ้ำของอาการจากโรคอารมณ์สองขั้ว ภาวะอารมณ์ดีตื่นตัวผิดปกติ
กลุ่มผู้ป่วย เด็กและผู้ใหญ่
รูปแบบของยา ยารับประทานชนิดเม็ดหรือแคปซูล

คำเตือนของการใช้ยา Lithium

  • ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอเกี่ยวกับประวัติการแพ้ยา อาการแพ้อื่น ๆ รวมถึงยา สมุนไพร หรืออาหารเสริมใด ๆ ที่กำลังรับประทานอยู่ในช่วงนั้น
  • ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยา Lithium ที่ใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี
  • หญิงตั้งครรภ์ควรใช้ยาอย่างอย่างระมัดระวังและอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีรายงานถึงอันตรายของยาต่อทารกในครรภ์
  • ผู้หญิงที่อยู่ในช่วงให้นมบุตรควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา เพื่อประเมินความเสี่ยงระหว่างผลดีและผลเสีย เนื่องจากยังไม่มีรายงานข้อมูลยืนยันความปลอดภัยเพียงพอ
  • ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวหรือรับประทานยาเป็นประจำควรปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เนื่องจากยา Lithium อาจทำปฏิกิริยาระหว่างยาบางชนิด เช่น ยาแอสไพริน ยาแคนดีซาร์แทน(Candesartan) ยาเดสเวนลาแฟ็กซีน (Desvenlafaxine) เป็นต้น ซึ่งแพทย์อาจเปลี่ยนเป็นยาชนิดอื่นทดแทนหรือปรับขนาดยาให้ใหม่
  • ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดในระหว่างการใช้ยา Lithium
    ผู้ป่วยกลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) หรือมีประวัติคนในครอบครัวเป็นมาก่อน ผู้ป่วยโรคหัวใจหรือหลอดเลือด โรคตับ ภาวะโซเดียมในเลือดต่ำ (Hyponatremia) กล้ามเนื้ออ่อนแรง คอพอก โรคเกี่ยวกับต่อมไทรอยด์ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้ยา Lithium
  • ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบประสาท ควรรับประทานยาด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากอาจทำให้อาการแย่ลง
  • ห้ามใช้ยานี้กับผู้ป่วยโรคไตขั้นรุนแรง โรคหัวใจ ภาวะขาดน้ำรุนแรง ภาวะขาดโซเดียม (Sodium Depletion)

ปริมาณการใช้ยา Lithium

ปริมาณการรับประทานยา Lithium จะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค ปัจจัยด้านสุขภาพ และดุลยพินิจของแพทย์ผู้รักษา ซึ่งแพทย์อาจต้องตรวจและประเมินผู้ป่วยในหลายด้านก่อนให้ยา เช่น การตรวจเลือด การทำงานของไตและต่อมไทรอยด์ หรือเช็คระดับลิเทียมในเลือดเป็นระยะ ซึ่งตัวอย่างปริมาณการใช้ยามีดังนี้

 

 

โรคอารมณ์สองขั้วและกลุ่มอาการแมเนีย

เด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปและผู้ใหญ่

รักษาอาการของโรคเฉียบพลัน: รับประทาน 1,800 มิลลิกรัมต่อวัน โดยยาเม็ดชนิดปกติให้รับประทาน ครั้งละ 600 มิลลิกรัม วันละ 3 ครั้ง ในช่วงเช้า กลางวัน และก่อนนอน หากเป็นยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์นาน รับประทานครั้งละ 900 มิลลิกรัม ในช่วงเช้าและเย็น
รักษาอาการโรคในระยะยาว: รับประทาน 900-1,200 มิลลิกรัมต่อวัน โดยยาเม็ดชนิดปกติให้รับประทาน ครั้งละ 300 มิลลิกรัม แบ่งรับประทาน 3-4 ครั้ง วันละ 3 ครั้ง ในช่วงเช้า กลางวัน และก่อนนอน หากเป็นยาเม็ดชนิดออกฤทธิ์นาน รับประทานวันละ 600 มิลลิกรัม ในช่วงเช้าและเย็น

การใช้ยา Lithium

ยา Lithium มีอยู่หลายชนิดและปริมาณที่ใช้จะแตกต่างกันไปในแต่ละคน การใช้ยาจึงควรอยู่ภายใต้คำสั่งแพทย์เท่านั้น ไม่ควรปรับเปลี่ยนขนาดยา รับประทานยาเกินระยะเวลาหรือน้อยกว่าที่แพทย์กำหนด เนื่องจากเป็นยาอันตรายและอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงมากขึ้น ก่อนการรับประทานยาควรแจ้งโรคประจำตัว ภาวะผิดปกติของผู้ป่วย หรืออาการแพ้ต่าง ๆ ให้แพทย์ทราบ โดยเฉพาะภาวะโซเดียมต่ำหรืออยู่ในช่วงรับประทานอาหารที่มีโซเดียมต่ำ

โดยทั่วไปตัวยาจะค่อย ๆ ออกฤทธิ์ จึงอาจต้องรับประทานยาติดต่อกันนานหลายสัปดาห์จึงจะเห็นผล ทั้งนี้ ควรรับประทานยาเป็นเวลาเดิมของทุกวัน เพื่อช่วยให้ระดับของลิเทียมในเลือดเป็นปกติ และไม่ควรหยุดยาทันทีเมื่ออาการดีขึ้น ยกเว้นแพทย์สั่ง ในกรณีที่ลืมรับประทานยา Lithium ควรรับประทานทันทีเมื่อทราบ แต่หากใกล้เวลาในรอบถัดไป ให้ข้ามไปรับประทานในรอบถัดไปแทน แต่ไม่ควรเพิ่มปริมาณเป็น 2 เท่า หากเกิดความผิดปกติหรืออาการไม่ดีขึ้น ควรหยุดใช้ยาทันทีและรีบปรึกษาแพทย์

ผลข้างเคียงจากการใช้ยา Lithium

ยา Lithium อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงในผู้ป่วยบางราย เช่น สิวขึ้น ผิวลอก รู้สึกแน่นหรืออึดอัดท้อง กล้ามเนื้อกระตุก อยากอาหารน้อยลง เป็นต้น ซึ่งเป็นอาการที่พบได้หลังการรับประทานยาและมักจะดีขึ้นเมื่อผ่านไปสักระยะ เนื่องจากเป็นช่วงที่ร่างกายกำลังตอบสนองต่อตัวยาที่ได้รับ แต่หากพบว่าอาการรุนแรงขึ้นหรือเป็นติดต่อกันนานจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้ป่วยควรไปพบแพทย์

อย่างไรก็ตาม บางรายอาจเกิดผลข้างเคียงรุนแรงหลังการรับประทานยา และควรไปพบแพทย์ทันทีหลังเกิดอาการ เช่น รู้สึกสับสน ความรู้สึกตัวลดลง มีปัญหาด้านความจำ หน้ามืดคล้ายจะเป็นลม หัวใจเต้นเร็วหรือช้ากว่าปกติ ปัสสาวะบ่อย กระหายน้ำมากขึ้น ชีพจรเต้นผิดปกติ มีอาการข้อติดบริเวณแขนหรือขา มีปัญหาในการหายใจ (โดยเฉพาะเวลาทำงานหนักหรือออกกำลังกาย) อ่อนเพลียมาก เหนื่อยง่าย เป็นต้น

 

ขอบคุณข้อมูล pobpad

การรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar Disorder)

บ่อยครั้งที่โรคอารมณ์สองขั้วไม่ได้รับการรักษา แต่หากได้รับการรักษาที่ถูกต้อง โรคอารมณ์สองขั้วนั้นสามารถควบคุมได้

 

หลายครั้งที่ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วนั้นไม่สามารถสังเกตอารมณ์ของตนที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดโต่ง หรือแม้กระทั่งผลกระทบที่ส่งผลต่อชีวิตประจำวันของพวกเขา และคนรอบตัว ด้วยเหตุข้างต้น ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วจำนวนมากจึงไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะควร

หากคุณคิดว่าคุณอาจจะมีโรคอารมณ์สองขั้ว ให้ปรึกษาแพทย์ บอกเพื่อน หรือคนในครอบครัว เพราะคนเหล่านี้สามารถช่วยให้คุณเข้ารับการรักษาได้ หากคุณคิดว่าคุณอยากทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตาย หรือคุณคิดว่าคนที่คุณรักมีโอกาสทำร้ายตัวเอง หรือทำร้ายผู้อื่น ให้รีบขอความช่วยเหลือฉุกเฉินในทันที

ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วหลายคนจำเป็นต้องได้รับการนอนรักษาในโรงพยาบาล ถึงแม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วโรคนี้จะสามารถรักษาได้ในระบบพยาบาลผู้ป่วยนอกด้วยการพบกับจิตแพทย์ โดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้ป่วยโรคอารมณ์ซึมเศร้าก็ยังสามารถมีชีวิตได้อย่างปกติสุข หากพวกเขาเข้ารับการรักษาและเข้าพบจิตแพทย์อย่างต่อเนื่อง

ยาที่ใช้รักษาโรคอารมณ์สองขั้ว
หากคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้วแล้ว คุณอาจจะต้องเริ่มทานยาเพื่อปรับอารมณ์ให้คงที่ในทันที เมื่ออารมณ์ของคุณเริ่มแปรปรวน หรือไม่สามารถคุมอาการได้ คุณจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์เพื่อจัดการสภาวะของคุณและเข้ารับการรักษาในระยะยาว มียาหลายตัวที่ใช้ในการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว อาทิ

ยาปรับอารมณ์ (Mood stabilizers)
ยาต้านโรคจิต (Antipsychotics)
ยาต้านซึมเศร้า (Antidepressants)
ยาคลายกังวล (Antianxiety medications)
แพทย์อาจสั่งยาให้คุณมากกว่าหนึ่งประเภท ขึ้นอยู่กับชนิดของโรคอารมณ์สองขั้วรวมถึงลักษณะการดำเนินโรคของคุณ ผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วทั้ง Bipolar I และ Bipolar II ส่วนใหญ่จำเป็นจะได้รับยาปรับอารมณ์เพื่อควบคุมอารมณ์ โดยเฉพาะอาการมาเนีย หรือมาเนียชนิดอ่อน (manic or hypomanic episodes)

หากคุณมีอาการดังกล่าว ยาปรับอารมณ์ที่ได้รับอาจมี เช่น

Tegretol (carbamazepine)
Depakote (divalproex sodium)
Lamictal (lamotrigine)
Lithobid (lithium)
Depakene (valproic acid)
นอกจากนี้ ยาต้านโรคจิตยังมีที่ใช้ในการควบคุมอาการมาเนีย หรืออาการซึมเศร้า โดยเฉพาะหากผู้ป่วยมีอาการหลงผิด (Delusions) หรือประสาทหลอน (Hallucinations) ร่วมด้วย

ตัวอย่างของยาต้านโรคจิตที่ใช้

Abilify (aripiprazole)
Saphris (asenapine)
Symbyax (olanzapine and fluoxetine)
Latuda (lurasidone)
Zyprexa (olanzapine)
Seroquel (quetiapine)
Risperdal (risperidone)
Geodon (ziprasidone)
ยาต้านซึมเศร้ายังสามารถใช้เพื่อควบคุมอาการซึมเศร้า ซึ่งเสริมฤทธิ์กับยาปรับอารมณ์ หรือยาต้านโรคจิต สุดท้ายแพทย์อาจจะสั่งยากลุ่ม Benzodiazepine – ยาในกลุ่มยาคลายกังวลที่จะช่วยผ่อนคลาย และช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

สำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้วที่ดีที่สุดนั้นยังมีการลองผิดลองถูกอยู่เป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีหลายทางเลือกสำหรับการรักษา ทางที่ดีคุณควรจะปรึกษากับแพทย์เพื่อหาทางรักษาที่ดีสำหรับคุณ

ผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษาโรคอารมณ์สองขั้ว
สิ่งหนึ่งที่ท้าทายสำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว คือ ผลข้างเคีองมากมายที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา ซึ่งบางผลข้างเคียงนั้นร้ายแรง หากคุณเกิดผลข้างเคียงจากยาที่ใช้รักษา ให้ปรึกษาแพทย์ อย่าหยุดยาเองจนกว่าแพทย์จะสั่งให้คุณหยุดยา เพราะหากคุณหยุดยาเองทันที อาการอาจจะกลับมา หรือคุณอาจจะเกิดอาการถอนยาได้

นอกจากเรื่องผลข้างเคียง ยาที่ใช้รักษาโรคอารมณ์สองขั้วอาจเกิดปฏิกิริยาต่อกันกับยาคุมกำเนิด หรือมีผลต่อหญิงตั้งครรภ์ หรือกำลังจะตั้งครรภ์ได้ ดังนั้น หากคุณมีการใช้ยาคุมกำเนิดอยู่ ตั้งครรภ์ หรือกำลังจะตั้งครรภ์ ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มยาสำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว

การรักษาโดยการกระตุ้นสมอง
หากอาการของคุณนั้นไม่ค่อยตอบสนองดีต่อยาเท่าใดนัก แพทย์อาจแนะนำให้คุณรักษาทางจิตเวชด้วยไฟฟ้า (Electroconvulsive therapy (ECT)) หรือการกระตุ้นสมองด้วยสนามแม่เหล็กผ่านกะโหลกศีรษะ (Transcranial magnetic stimulation (TMS)) ECT เป็นการรักษาโดยใช้กระแสไฟฟ้าขนาดต่ำที่ตั้งไว้เพื่อให้ส่งผลต่อสารสื่อประสาทอย่างจำเพาะ TMS จะใช้แรงแม่เหล็กขนาดต่ำเพื่อกระตุ้นเซลล์ประสาทที่ควบคุมเรื่องอารมณ์ ซึ่งทั้งสองการรักษานี้มักต้องทำอยู่หลายครั้ง

จิตบำบัด (Psychotherapy) สำหรับโรคอารมณ์สองขั้ว
นอกเหนือจากการใช้ยา แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้าร่วมการจิตบำบัด หรือการเข้ารับคำปรึกษาในรูปแบบอื่นๆ วิธีจิตบำบัดนี้ยังใช้ครอบคลุมถึงการรักษาภาวะติดยาหรือแอลกอฮอล์

หากคุณมีปัญหาเรื่องการเสพติดร่วมด้วย จิตบำบัดนั้นมีหลากหลายวิธี หนึ่งในนั้นคือ ความคิดและพฤติกรรมบำบัด (Cognitive behaivoural therapy (CBT)) ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้บ่อยที่สุด

การทำ CBT ผู้เชี่ยวชาญทางสุขภาพจิต (จิตแพทย์ หรือนักจิตวิทยา) จะช่วยคุณหาว่าอะไรเป็นสาเหตุที่กระตุ้นให้เกิดอาการของโรคอารมณ์สองขั้วในแต่ละครั้ง จากนั้นจะช่วยหาแนวทางแก้ไข พัฒนาสุขภาพจิตที่ดี และหาวิธีรับมือกับความเครียดที่เป็นสิ่งกระตุ้นนั้นเพื่อควบคุมอาการของคุณ

แพทย์อาจจแนะนำให้คุณและครอบครัวเข้าร่วมโปรแกรมให้ความรู้และสนับสนุนโรคอารมณ์สองขั้ว ซึ่งจะทำให้คุณเข้าใจถึงตัวโรคและอาการมากขึ้น รวมถึงการอยู่กับมัน

หากพบว่ามีเด็กเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว ครู บุคลากรที่โรงเรียน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการรักษาเพื่อให้การรักษาเด็กนั้นเป็นไปได้ด้วยดี

การรักษาวิธีอื่น ๆ สำหรับโรคอารมณ์สองขั้ว
การรักษาวิธีอื่น ๆ นั้น มีข้อแนะนำสำหรับโรคอารมณ์สองขั้วอยู่บ้าง แม้ว่าจะมีหลักฐานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่จำกัดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมันก็ตาม การรักษาส่วนใหญ่ คือ การใช้สมุนไพร หรือยาเสริม อาทิ

  • กรดอะมิโน (Amino acids)
  • แมกนีเซียม (Magnesium)
  • กรดไขมันโอเมก้า-3 เช่น น้ำมันปลา หรือ น้ำมันเมล็ดแฟลกซ์ (Omega-3 fatty acids – fish oil, flaxseed oil)
  • สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต สำหรับภาวะซึมเศร้า (St. John’s wort)

กรดอะมิโนที่แนะนำ เช่น SAMe (S-adenosyl-L-methionine) และ สมุนไพรเซนต์จอห์นเวิร์ต อาจมีผลต่อยาต้านซึมเศร้า หรือ อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นอาการมาเนีย หรือมาเนียชนิดอ่อนได้

หลายคนเชื่อว่าการฝังเข็มตามแพทย์แผนจีนอาจช่วยรักษาภาวะซึมเศร้าได้ แต่นักวิจัยยังไม่ทราบประสิทธิภาพที่แน่นอนสำหรับการรักษาโรคอารมณ์สองขั้ว แต่เนื่องจากเป็นการรักษาที่ปลอดภัยจึงสามารถลองใช้รักษาร่วมกับการรักษาอื่น ๆ ได้ ปรึกษาแพทย์ทุกครั้งก่อนจะเลือกใช้การรักษาวิธีอื่น ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มียาอะไรมีปฏิกิริยาต่อกัน

สิ่งสำคัญที่สุด คือ ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเองแม้ว่าคุณจะรู้สึกว่าอาการของคุณดีขึ้นแล้วก็ตาม

ใช้ชีวิตอยู่กับโรคอารมณ์สองขั้ว
การใช้ชีวิตอยู่กับโรคอารมณ์สองขั้วนั้นก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่ต้องมาพร้อมกับการรักษา การได้รับความรู้ข้อมูล และการสนับสนุนที่ดีที่ถูกต้อง ก็สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติและมีคุณภาพ หากว่าคุณได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคอารมณ์สองขั้ว ลองพยายามเรียนรู้เกี่ยวกับตัวโรคและการรักษา เพื่อที่คุณจะได้หาแนวทางที่ดีที่สุดในการรักษาตัวคุณเองร่วมกับแพทย์

นอกจากนี้ การเรียนรู้เกี่ยวกับตัวโรคและนำไปสอนต่อเพื่อนและครอบครัว ยังช่วยให้คุณได้รับการสนับสนุนที่ดีขึ้นอีกด้วย

กลุ่มสนับสนุนนั้น นอกจากจะมีเพื่อผู้ป่วยโรคอารมณ์สองขั้วแล้ว ยังมีสำหรับครอบครัว ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์เช่นกัน ซึ่งระหว่างที่คุณและแพทย์ต่างร่วมมือกันรักษาลดอาการและผลข้างเคียง คุณต้องอดทนและใจเย็นเสียหน่อย รวมถึงยังต้องมีความตั้งใจที่จะหายได้ตามเป้าหมาย เพราะการรักษาอาจต้องใช้หลากหลายวิธี และวิธีใดวิธีหนึ่งจะต้องเหมาะกับคุณ

สุดท้ายคุณอาจจะต้องหาช่องทางที่ดีในการปลดปล่อยพลังงานรวมถึงจัดการและลดความเครียด ยกตัวอย่างเช่น คุณควรที่จะเลิกดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยา เพราะสารพวกนี้อาจทำให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงที่กระตุ้นอาการมาเนียหรือมาเนียชนิดอ่อนได้ รวมถึงยังสามารถทำให้อาการซึมเศร้าแย่ลง

เลือกที่จะอยู่ท่ามกลางคนที่พร้อมสนับสนุนคุณ เพื่อนและครอบครัวที่ห่วงใยจะช่วยให้คุณสามารถก้าวผ่านโรคนี้ไปได้ และไม่สนับสนุนพฤติกรรมแง่ลบต่าง ๆ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การออกกำลังกายจะช่วยลดความเครียด คุมอารมณ์ และยังช่วยทำให้สมองหลั่งสารชื่อ Endorphins ที่จะทำให้คุณรู้สึกดี

นอกจากนี้ การออกกำลังกายที่เพียงพอยังช่วยเรื่องการนอนของคุณ ส่งผลเรื่องการคุมอารมณ์ คุณสามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวคุณ เลือกทำงานอดิเรกที่จะช่วยให้คุณผ่อนคลาย หรือเทคนิคการผ่อนคลายต่าง ๆ เช่น การเล่นโยคะ หรือ นั่งสมาธิ

 

ขอบคุณที่มา honestdocs

ความรู้เกี่ยวกับยาจิตเวช

ยากลุ่มนี้สามารถใช้รักษาอาการทางจิตได้หลายรูปแบบ

ยาจิตเวชเป็นกลุ่มยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคจิตเภท (Schizophrenia) โดยยากลุ่มนี้ยังสามารถใช้รักษาโรคจิตเวชอื่น ๆ เช่น โรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorder), โรควิตกกังวล หรือโรคซึมเศร้าได้

 

ยาจิตเวชในกลุ่มเก่า (หรือที่รู้จักกันในกลุ่ม typical antipsychotics) นั้นเริ่มมีการใช้ตั้งแต่ในช่วงกลางทศวรรษ 1950 ในขณะที่ยาในกลุ่มใหม่ (รู้จักในชื่อ atypical antipsychotics) นั้นเริ่มมีการพัฒนาขึ้นในช่วงปี 1990 โดยยากลุ่มนี้ทำงานโดยการยับยั้ง dopamine ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทตัวหนึ่งในสมอง ซึ่งมีทั้งในรูปแบบเม็ด แคปซูล ยาน้ำ หรือยาฉีด (ที่ออกฤทธิ์ได้ยาว)

ยาจิตเวชที่ใช้บ่อย
ตัวอย่างยาจิตเวชที่ใช้บ่อย เช่น

Chlorpromazine (Thorazine)
Clozaril and FazaClo (clozapine)
Haloperidol
Perphenazine
Fluphenazine
Risperdal (risperidone)
Zyprexa (olanzapine)
Seroquel (quetiapine)
Geodon (ziprasidone)
Abilify (aripiprazole)
Invega (paliperidone)
Latuda (lurasidone)

ผลข้างเคียงของยาจิตเวช

 

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการใช้ยาจิตเวช เช่น

ง่วงนอน
มึนงง
หัวใจเต้นเร็ว
เห็นภาพไม่ชัด
ท้องผูก
ผื่นขึ้นที่ผิวหนัง
แพ้แสง
ประจำเดือนมาผิดปกติในผู้หญิง
น้ำหนักเพิ่มหรือมีการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการสร้างพลังงาน
กล้ามเนื้อกระตุก
มือสั่น
อยู่ไม่สุข

คำเตือนในการใช้ยาและการใช้ยาให้ปลอดภัย
การใช้ยาจิตเวชกลุ่มเก่าเป็นเวลานานทำให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติที่เรียกว่า Tardive dyskinesia (TD) ซึ่งไม่สามารถรักษาได้โดยจากข้อมูลของสถาบันจิตเวชแห่งชาติพบว่ามีผู้ป่วยประมาณ 5% ที่เกิดภาวะดังกล่าวในแต่ละปี ยากลุ่มนี้ไม่แนะนำให้ใช้ในผู้สูงอายุที่มีภาวะความจำเสื่อม เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคเส้นเลือดในสมอง และเสียชีวิตได้

ยาจิตเวชที่ชื่อ clozapine เป็นยาที่มีประสิทธิภาพสูงมาก แต่อาจทำให้เกิดการลดจำนวนเม็ดเลือดขาวในเลือดที่ช่วยต่อสู้การติดเชื้อภายในร่างกาย ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับความเสี่ยงนี้ก่อนเริ่มใช้ยา

ยาจิตเวชยังอาจเพิ่มความเสี่ยงในการมี cholesterol สูงหรือโรคเบาหวานในอนาคต คุณควรแจ้งเกี่ยวกับปัญหาทางสุขภาพกายทั้งหมดของคุณก่อนเริ่มใช้ยาในกลุ่มนี้ รวมถึงการใช้ยา ไม่ว่าจะเป็นยาที่แพทย์สั่ง ยาที่ซื้อเอง ยาผิดกฎหมาย ยาที่ใช้เพื่อความสนุกสนาน ยาสมุนไพร หรืออาหารเสริมทุกประเภทที่กำลังใช้อยู่ และไม่แนะนำให้ขับรถหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้ความระมัดระวังจนกว่าจะรู้ผลของยาจิตเวชที่มีต่อคุณ

โฆษณาจาก HonestDocs
เราจัดส่งยาถึงบ้านคุณ!
ส่งด่วนภายใน 1 วันในกรุงเทพ หรือส่งธรรมดาด้วย EMS ใน 2-3 วันทั่วประเทศ

ควรปฏิบัติตามวิธีการใช้ยาที่ระบุไว้บนใบสั่งยาหรือภายในกล่องผลิตภัณฑ์อย่างระมัดระวัง อย่าใช้ยามากหรือน้อยเกินกว่าที่แนะนำให้ใช้ ไม่ควรหยุดยาจิตเวชโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะแพทย์อาจต้องการให้คุณค่อยๆ หยุดยามากกว่า

คุณควรไปตามนัดพบแพทย์และการตรวจทางห้องปฏิบัติการทุกครั้งในระหว่างช่วงที่ใช้ยาจิตเวช แพทย์อาจมีการส่งตรวจเพื่อตรวจดูการตอบสนองของร่างกายต่อการใช้ยาเป็นประจำ และคุณต้องแจ้งผู้ให้บริการทางการแพทย์ทุกครั้งว่ากำลังใช้ยาจิตเวชอยู่ก่อนการผ่าตัดใด ๆ ซึ่งรวมถึงการทำฟัน

ยาจิตเวชกับแอลกอฮอล์
แอลกอฮอล์สามารถเพิ่มผลข้างเคียงของยาจิตเวชได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างที่ใช้ยากลุ่มนี้

ยาจิตเวชกับการตั้งครรภ์
ควรแจ้งแพทย์หากคุณกำลังตั้งครรภ์หรือมีแผนที่จะตั้งครรภ์ก่อนการเริ่มใช้ยาจิตเวช เนื่องจากจำเป็นที่จะต้องพูดคุยถึงประโยชน์และโทษที่อาจได้รับจากการใช้ยาระหว่างการตั้งครรภ์ซึ่งรวมถึงระหว่างการให้นมบุตรด้วยเช่นกัน

 

ขอบคุณข้อมูล honestdocs